| pongsun's profile^^C-h-A_Y-e-N^^PhotosBlogLists | Help |
^^C-h-A_Y-e-N^^ทุกๆอย่าง ณ ที่แห่งนี้....มีเรื่องราว ที่กลั่นออกมาจากความจริงใจ
August 18 เกือบจะครึ่งชีวิต...Extern** เกือบจะครึ่งชีวิต...Extern **
![]() ห่างหายไปอีกนานเหมือนเดิมครับผม เกือบจะ 5 เดือนเต็ม ที่ผมปล่อยให้ space ของผมเองเงียบเป็นป่าช้า...
ที่ผ่านมาในช่วงเวลา 4 เดือนมีเรื่องราวมากมายครับ โม้ให้ฟังประมาณ 3 วันก็ไม่จบ..ใครจะฟังฟะ!!!
(-_-)''
ผมจะเริ่มตรงไหนดีคับเนี่ย!!!
จากครั้งก่อนที่ผม up space ก็คือช่วงก่อนที่จะเป็น Extern เต็มตัว และแล้วชีวิตของผมก็ก้าวเข้าสู่การทำงาน
ผมผ่านกลุ่มงานศัลยกรรมไป 12 สัปดาห์ ... ER อุบัติเหตุฉุกเฉิน 4 สัปดาห์ ...
และตอนนี้ผมอยูกลุ่มงานกุมารเวชกรรมมาแล้ว 4 สัปดาห์ จากทั้งหมด 8 สัปดาห์
... ก็เลยเป็นที่มาของคำว่า "ครึ่งชีวิต Extern"...เพราะผมเกือบจะเป็น Extern ได้ 24 สัปดาห์จาก 48 สัปดาห์
ที่ผ่านมาก็ถือว่า อยู่รอดมาได้ กับการอยู่เวรวันเว้นวัน ได้นอนบ้าง ไม่ได้นอนบ้าง
แต่ก็รู้สึกว่า มีความสุขกับการทำงานนะครับ ได้ทำงานอย่างสบายใจ อาจารย์ใจดี พี่ๆ Intern น่ารักช่วยกันทำงาน
ถึงแม้บางทีไอ้น้องอย่างผมเนี่ย จะโคตรอู้ก็ตาม...
แปลกดีนะครับ...การเป็นหมอที่ดี มันยากกว่าที่คิด...จนถึงวันนี้ผมยังรู้สึกว่าบางครั้งผมยังดูแลคนไข้ไม่ดีพอ
แต่ผมก็หาคำตอบได้แล้วล่ะว่าสาเหตุมันมาจากตรงไหน...มาจากความรู้ของผมไงครับ...ความรู้มีไม่มากพอจะรักษาคนไข้ให้ดีได้ยังไง++
แต่ผมก็มีความสุขนะครับ เวลาได้พูดคุยกับคนไข้ที่อาการดีขึ้น กำลังจะหาย กำลังจะได้กลับบ้าน
แต่ในทางตรงกันข้าม ก็ได้เห็นคนไข้เสียชีวิตอยู่เหมือนกัน ก็เกิดอารมณ์หดหู่อย่างบอกไม่ถูก...บางทีทำให้เราเห็นเรื่องแบบนี้จนชิน
แต่อารมณ์ตอนนี้ผมขอบอกว่า ผมเริ่มเหนื่อยครับ...เหนื่อยกับหลายๆอย่าง หลายๆเรื่องที่ผ่านเข้ามา
บางทีคนเราก็มีหลายๆเรื่องให้คิดนะครับ ทุกครั้งที่เหนื่อย....ทำยังไงดี!!!
เวลาผมมีความทุกข์ หรือความไม่สบายใจ ถ้าไม่มีใครที่พร้อมจะฟังผมบ่น ก็มี space นี้ล่ะครับเป็นที่ระบาย
พวกคุณทุกคนเคยเป็นกันมั้ยครับ บางทีเราก็บอกสาเหตุหลักๆไม่ถูก ว่าอะไรทำให้เราเบื่อเราเซ็ง
แต่มันดันทำให้เราเกิดอารมณ์เบื่อ จนวันนี้ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น...มันเกิดขึ้นกับผมแล้วครับ
ตอนนี้ที่ผมกำลังนั่งพิมพ์ space อยู่ มันก็เริ่มดีขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆครับ
คำตอบที่ว่า...อยู่ดีๆทำไมมันดีขึ้น...คือว่า ผมเอาเวลามานั่งย้อนดูรูปภาพเดิมๆครับ ว่ามันเกิดอะไรในชีวิตผมที่ผ่านมาบ้าง
ภาพเก่าๆมันทำให้ผมมีความสุข แปลกดีเหมือนกันอยู่ดีๆ ผมก็นั่งยิ้มอยู่คนเดียว หลังจากที่ดูภาพเสร็จ
ช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาไม่นานนี้ ผมก็ได้เจอทั้งเพื่อน ทั้งแฟน ได้ไปเที่ยวกันครับ มีความสุขดี
บางทีสำหรับคนที่เข้าใจจริงๆ เราแค่นั่งข้างๆกัน ไม่ต้องพูดอะไรมากมายนักหนา
ก็สามารถทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นมา...เป็นยารักษาดียิ่งกว่า anti-depressant อีกนะครับ
ไม่รู้ว่าไอ้โรคขี้เหงากับโรคขี้เบื่อของผมเนี่ย มันจะหายไปตอนไหนเนอะ...
![]() ![]() เริ่มค้นหาตัวตนตัวเองได้ ผมเป็นคนไม่ชอบอยู่กับที่ครับ ชอบเดินทางไปเรื่อยๆ ถ้าชีวิตไม่ได้เรียนหมอ
ถ้าไม่เป็นวิดวะผมอาจจะเปิดบริษัททัวร์ของตัวเอง...นี่ขนาดว่า Extern ไม่ได้ว่างมาก แต่พวกผมก็ยังพากันไป
เที่ยวในจังหวัดอุบลกันได้นะครับ...มีเพื่อนจากขอนแก่นแวะมาเยี่ยม...มีแฟนจากโคราชมาหาเรื่อยๆ
แค่นี้ก็ถือว่าเป็น "ยาใจ" ทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้นแล้วล่ะครับ
ถ้าอ่านจนจบก็ขออภัยละกันครับ ครั้งนี้มาแนวมั่วๆ ไม่ได้วางไว้แต่แรกว่าจะเขียนเรื่องอะไร
จับต้นชนปลายไม่ถูก อารมณ์ตอนแรกก็เศร้าๆ อยากระบายความเศร้าของตัวเองมากๆ แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็หายเองโดยอัตโนมัติ แบบไม่มีสาเหตุ
อืมมม...เอาเป็นว่า จะรีบหาเรื่องแนวมีสาระ มาโม้ให้ฟังในเร็ววันนี้ครับ April 02 HaPPy BiRThDay To ME!!!HaPPy BiRThDay To ME!!!
เริ่มต้นวันนี้ กับวันดีๆอีกหนึ่งวันสำหรับผมนะครับ...นับหลังย้อนไปของวันนี้ เมื่อ 23 ปีก่อน ก็จะพบว่า มีเด็กทารกเพศชายหนึ่งคน
ที่คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกคลอดประมาณ 2,000 กรัม (แม่ผมบอกว่าตัวเท่าขวดโค้กลิตร) หลายๆคนคิดว่าคงเลี้ยงไม่โต...
แต่ฟ้าก็เป็นใจครับ ทำให้มีคนหน้าตาดีๆอีกหนึ่งคนเติบโตขึ้นมาบนโลกได้...555 (อย่าเพิ่งอ้วก อ่านให้จบก่อน)
วันนี้เป็นวันเกิดของผมครบรอบ 23 ปีครับ มีอะไรหลายๆอย่างใหม่ๆเกิดขึ้นในชีวิตผมมากมาย...หลายเรื่องมากครับ
...เรื่องแรก ปีนี้เป็นปีแรก ที่ผมได้รับ big surprise จากการ Happy birthday ของเพื่อนๆ ถึง 2 ครั้ง
ครั้งแรกเป็นวันที่ 28 มีนาคม ครับ วันนั้นเป็นวันพุธ เป็นวันที่เรียนเตรียมความพร้อม Extern ที่ รพ.ศรีนครินทร์วันสุดท้ายพอดี
ตอนเย็น ไอ้ม็อบก็โทร.มาชวนไปกินข้าวเย็นด้วยกัน เราก็ไปกับเพื่อน ๆ มี หมิง ม็อบ ป๋ำ ปิ แล้วก็ผมเอง ทั้งหมด 5 คน...
ไปนั่งกินข้าว ฟังเพลงกันที่ร้านเที่ยวละไม กินไปกินมากำลังจะอิ่ม จากนั้นก็มีเสียงเพลงจากนักดนตรี...
Happy Birthday 2 U ... Happy Birthday 2 U >>> ผมก็นั่งคิดดีใจกับเจ้าของวันเกิดวันนั้นจัง ที่มีคนพามานั่งร้านบรรยากาศดีๆ
แล้วร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ฟัง .... แต่แล้วผมก็แปลกใจ เอ๊ะ..มีพนักงานเดินถือเค้กมาที่โต๊ะของเรา....
มันวันเกิดใครว่ะ...เริ่มรู้ตัวแล้วครับคุณ พวกมัน surprise ผมล่วงหน้าถึง 5 วันครับ แต่ผมก็ดีใจมากๆ ครับ
ก็เพราะว่า วันที่ 29 มีนาคม ผมจะเดินทางมาอุบลแล้วไงครับ ถ้าไม่ แฮปวันนั้น...ก็คงไม่ได้เจอกันอีก....
ได้ของขวัญ เสื้อยืดคอวี สีสะใจมากๆครับ น่ารักจริงๆ เพื่อนผมแต่ละคน...!!!!
ส่วน surprise ครั้งที่สองก็เพิ่งเมื่อคืนนี้อ่ะครับ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่า เริ่มรู้สึกชินชากับวันเกิดตัวเอง
ซักพักเกือบๆ 6 ทุ่มของวันที่ 1 เมษายน ...ไอ้กอล์ฟเพื่อนรักผมอีกคนนึง ก็เดินมาหาแล้วบอกว่า
"ปาน...มีเรื่องจะปรึกษา!"...ผมก็นั่งเตรียมฟังเรื่องของมันอยู่ครับ ...ซักพัก ไอ้อุ้ง ก็เดินเข้ามา พร้อมกับเพื่อนๆ Extern อุบล เกือบทุกคน
พร้อมกับเสียงเพลงดังๆ ทำให้หัวใจพองโตอีกครั้ง... Happy birthday 2 U >>> เป่าเทียน 1 เล่ม เป็นที่เรียบร้อยกัน
โอ้โห..พระเจ้าจอร์จ...ปลื้มครับปลื้ม...ไม่เคยได้รับบรรยากาศดีๆแบบนี้บ่อยนัก ก็ต้องจำไว้ครับ
ก็เลยได้เก็บเค้ก กับ นมตราหมี ไว้กินตอนเช้าต่อมา
![]() ตามจริงก่อนหน้านี้ ผมค่อนข้างให้ความสนใจกับวันเกิดตัวเองนะครับ ว่าจะมีใครจำได้บ้าง...แต่พอแก่มากขึ้นเรื่อยๆ มันก็เลิกคิดอ่ะครับ
ยิ่งคิดไปก็ยิ่งเป็นทุกข์ ใช่มั้ยครับ...หลายๆคนที่เค้าไม่ได้มาอวยพรวันเกิดเรา ก็ไม่ได้หมายความว่า "เค้าไม่ได้คิดถึงเราซะหน่อย"
คิดไปก็เท่านั้น สู้เอาเวลาของเราที่เหลือมาคิดดีกว่า...ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปยังไง ให้มีความสุขที่สุด
เรื่องใหม่เรื่องที่สอง...ก็เรื่องชีวิตใหม่ของ Extern อุบล นี่ล่ะครับ...ผมมีรูมเมทแล้วครับคุณ
จากที่ผมเคยใช้เวลาอยู่คนเดียวที่คอนโด มาเกือบ 5 ปี ไม่เคยมีรูมเมท ถึงวันนี้ ผมต้องใช้ชีวิต ร่วมกับเพื่อนๆ ที่เหลืออีก 4 คนครับ
บางคนอาจคิดว่า จะอยู่ได้ยังไงห้องหนึ่งตั้ง 5 คนแน่ะ... เข้าไปดู Blog รูปที่ผมเอามาลงซะก่อนครับ ว่ามันใหญ่ขนาดไหน
เป็นหอที่น่าอยู่มากครับ และที่สำคัญ แทบจะไม่ได้เสียค่าหอ ถ้าหากไม่ใช้ไฟ ใช้แอร์ เกินงบที่เค้าตั้งไว้ให้ (ค่าน้ำฟรีนะครับ)
นี่ล่ะ...ที่เค้าบอกว่า ... มีชีวิตเหนือระดับ กับ Extern สรรพสิทธิฯ (แต่เรื่องทำงานโหดสุดๆครับ เดี๋ยวคราวหน้าจะมาเล่าให้ฟัง)
ห้องที่พวกเราอยู่กัน เป็นห้องใหญ่ แล้วมีห้องย่อยอีก 1 ห้องครับ (ผมอยู่ห้องแยกกับไอ้ปิ)...
![]() ส่วนรูมเมท อีก 3 คนที่เหลือ ก็มีมุมส่วนตัวใหญ่ๆอีก คนละมุมของตัวเอง ประกอบไปด้วย อุ้ง ทศ และแซมครับ
![]() ภาพนี้มองจากประตูหน้าห้องครับ จะเห็นประตูห้องน้ำกับห้องผม ไอ้อุ้งกับมุมส่วนตัวของมันครับ
![]() ทศกับมุมในสุดของมันครับ อันนี้ป๋าแซมกับมุมริมหน้าต่าง
บรรยากาศอื่นๆ ทั้งในห้อง นอกห้องก็ดูดีครับ...หออยู่ชั้น 7 เห็นวิวทิวทัศน์ดี มีฟิตเนส มีคอมมอนรูม (กำลังจะเสร็จครับ)
ในห้องคอมมอนรูมจะมี โฮมเธียเตอร์ คอมฯ etc. จำไม่ได้แล้วครับ แต่สวรรค์ทีเดียวครับคุณ
ขึ้นลงหอใช้ลิฟท์ มีระบบความปลอดภัยอย่างดีครับ ใช้คีย์การ์ด ไม่มีคีย์กร์ด ขึ้นลิฟท์ไม่ได้นะครับ
การต้อนรับที่นี่ ก็น่าประทับใจดีนะครับ...พี่เจ้าหน้าที่เป็นกันเองดีมาก ก่อนเปิดเทอม 1 วัน
อาจารย์ภาคศัลย์ฯ เกือบประมาณ 10 คน ก็พา Extern ทุกคนไปเลี้ยงเนื้อย่าง...แซ่บจนท้องจะระเบิด
แล้วอาจารย์ก็พูดตบท้ายว่า "รีบนอนให้อิ่มซะ...คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่จะได้นอนเต็มที่" ... มันเป็นอย่างงั้นจริงๆครับ แค่วันแรกผมก็รับรู้ได้
![]() ![]() เรื่องสุดท้าย...ใหม่กับการเรียนนี่ล่ะครับ วันนี้เป็นวันแรกผมขึ้นกองศัลยศาสตร์ กับเพื่อนๆ ประมาณ 6 คนอยู่เวรครั้งละ 3 คน
สรุปก็คือ วันเว้นวัน ตอนนี้ที่ผมนั่งทำ สเปซอยู่ ผมก็เครียดครับอยากรีบไปอ่านหนังสือ เพราะลืมความรู้หมดแล้วจริงๆ
ไม่รู้จะ order อะไร อาจารย์บอกว่า "อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าทำไม่ดี เดี๋ยวผมจะแก้ให้"...แต่ผมก็ทำเต็มที่นะคร้าบบบ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ ก็คือการอยู่เวรวันแรก(ถึงเช้า)ของผมครับ ไม่รู้จะได้ทำ appendectomy ซักกี่ case ...เดี๋ยวมาลองวัดดวงกันคราวหน้าครับ
ขอบคุณทุกคนจริงๆครับ...สำหรับคำอวยพรวันเกิดและขนมเค้กอร่อยๆ และความน่ารักที่เพื่อนๆทุกคนมีให้กันเสมอมา
ขอบคุณเสื้อสวยๆ จาก ปิ ป๋ำ ม็อบ หมิง...ใส่ได้พอดี ชอบมากๆ
ขอบคุณพ่อกับแม่ และตุ๊กตา ที่รักกันเสมอมา...ชีวิตถ้าขาดความรักคงหมดความหมายนะครับ
ขอบคุณอีกหลายๆคน ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้...บางอย่าง มันยากที่จะพูดออกมาจากปากครับ แต่ขอให้เข้าใจว่า "ยังไงก็รัก" ครับ March 18 กาลครั้งหนึ่ง...ก่อนจะมาเรียนหมอ!!!กาลครั้งหนึ่ง...ก่อนจะมาเรียนหมอ
วันก่อนผมกับเพื่อนๆที่สนิทกัน พากันไปถ่ายรูปสตูดิโอกันครับ
เหตุผลก็เพราะว่า เพิ่งสอบรวบยอดเสร็จ และทุกคนก็ใส่เสื้อ Extern กัน และต่อไปก็จะแยกย้ายกันแล้ว
อาจไม่มีเวลามาถ่ายรูปรวมกันอีก ก็เลยพากันไปถ่ายรูปไว้เพื่อเป็นที่ระลึกอ่ะครับ
![]() แนะนำเพื่อนๆผมกันหน่อยนะครับ รวบรวมสมาชิกได้ 11 คนครับ หญิง 5 ชาย 6
เริ่มจากแถวบน ซ้ายไปขวา ก็เป็น โน้ต จิ๊บ อั๋น ผมเอง เตย แล้วก็ม็อบ
ส่วนแถวล่างจากซ้ายไปขวาเช่นกัน ก็เป็น ดิว หมิง วิทย์ อุ้ง และปิ
พอผมนั่งดูรูปไป ผมก็คิดอะไรออกขึ้นมาอย่างหนึ่งครับ มันเป็นสิ่งสำคัญที่ผมยังไม่ได้ทำ
ผมยังไม่เคยเล่าเบื้องหลังเกี่ยวกับตัวผมเอง ระบายลงใน space ตัวเองเลยครับ ว่าตัวผมเป็นมายังไง
อืมม...เอาเป็นว่า ใน blog นี้ ถ้าใครคิดว่ารู้จักตัวผมดีแล้ว ก็ลองอ่านดูนะครับ ว่าจริงๆแล้วรู้หมดทุกอย่างรึป่าว
ส่วนคนที่ยังไม่รู้...ถ้ามีเวลาว่าง ก็ลองมานั่งอ่านเรื่องเน่าๆของคนๆนึงดูแล้วกันครับ
![]() ![]() เริ่มต้นกาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว
ผมเป็นเด็กร้อยเอ็ดครับ จบทั้งม.ต้น และ ม.ปลายจากโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย
ผมภูมิใจกับโรงเรียนนี้ของผมมากครับ ทุกครั้งที่กลับบ้าน ก็ยังไปเดินเล่นที่โรงเรียนบ่อยๆ...มันคือความผูกพันครับ
ย้อนไปสมัยเป็นเด็กจริงๆ ผมเคยฝัน(เฟื่อง) ว่าอยากเป็นนักบิน ผมชอบอิสระครับ แบบนกที่มันบินไปไหนก็ได้
ความฝันผมมีเยอะมากครับ...อีกหนึ่งความฝัน ผมเคยพูดกับ "คุณย่า" ของผม ตอนนั้นย่าไม่สบาย
ผมบอกกับย่าว่า "ย่าอย่าเพิ่งตายนะ เดี๋ยวปานจะเรียนเป็นหมอ มารักษาย่า" ตอนนั้นผมอยู่ ป.6 ครับ
แต่ผมขอบอกนะครับ ว่าตอนนั้นผมพูดแบบเด็กๆจริงๆ หาเหตุผลแล้วก็สาระไม่ได้หรอกครับ
นึกถึงย่าแล้วก็เศร้าครับ ย่าผมเสียแล้ว ผ่านไปยังไม่ถึง1ปีเลยครับ ด้วยโรคเลือดออกในสมอง ขนาดวันเผาของย่า ผมยังไม่มีโอกาสได้ไปร่วมเลย
ทำให้ผมได้คิดว่า เวลามันเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ อย่างน้อยๆผมก็อยากให้ย่าได้เห็นผมตอนเรียนจบหมอ ได้รับปริญญา..แต่มันก็สายไปแล้วครับ
และแล้วผมก็เพิ่งรู้ตัวตนที่แท้จริง ว่าตัวผมไม่เหมาะกับ "วิชาชีพแพทย์" ซะเลยก็ตอนอยู่ ม.ปลาย
ผมเก่งด้านคำนวณครับ วิชาที่ผมชอบมาก คือ ฟิสิกส์ กับ คณิต (ไม่อยากโม้ คะแนนผม Top หลายครั้งนะครับ)
ถ้าเทียบกัน ผมชอบฟิสิกส์มากกว่าคณิตศาสตร์ มีแรงบันดาลใจมั้งครับ อ.ที่สอนฟิสิกส์คนแรกของผม
คือ อ.สมศักดิ์ บรรณาลัย คุ้นๆชื่อมั้ยครับ อ.เป็นคนที่เก่งมาก สอนให้ผมเข้าใจและรักวิชานี้มาก
ก็นี่สิครับคุณ ทำให้ผมคิดได้เองว่า ชอบอะไร ก็ควรเรียนทางนั้น แต่ทำไมผมได้มาเรียนหมอล่ะครับ...อ่านต่อซะ
ผมไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อเรียนหมอครับ ผมพูดจากใจจริง จนตอน ม.6 ที่ผมกำลังจะเลือกคณะ
ผมก็ยังไม่ได้ชอบวิชาหมอซะด้วยซ้ำ ความฝันอีกอย่างหนึ่งของผม ก็คือ วิศวกรรมศาสตร์
ผมอยากเรียน วิศวกรรมศาสตร์ ที่จุฬา หรือ ที่ม.เชียงใหม่ ก็ได้ครับ (ผมเคยคิดไว้)
ไม่รู้จะเรียกว่า บุญรึป่าว...ผมเลือกโควต้า วิศว มช. ผมไม่ติดครับ คะแนนไม่ถึง ... แต่ในขณะเดียวกัน
ผมติดโควต้าแพทย์ มข. ครับ ...อ่านแล้วอย่าเพิ่งด่าผมนะครับ ว่าคิดอะไรอยู่ ขอให้อ่านจนจบ blog ก่อน
ผมได้คะแนนโควต้า 408.75 คะแนนครับ ผมยังจำได้ มันเป็นคะแนนที่ถือว่าอยู่อันดับท้าย ๆ ที่จะติดโควต้าหมอ
คะแนนที่ผมได้มากที่สุด คือ ฟิสิกส์ ได้ 85 คะแนน ครับ
ส่วนคะแนนที่ผมได้น้อยที่สุด คือ ชีววิทยา ได้ 40 คะแนน ครับ
ถูกต้องครับคุณ...ผมเข้ามาเรียนหมอได้เพราะคะแนนฟิสิกส์
แล้วทำไมทั้งๆที่บอกว่าตัวเองไม่ชอบแล้วผมยังเลือลงคณะแพทย์อยู่เหรอครับ...ไม่รู้อารมณ์ของตัวเองตอนนั้นเหมือนกันครับ บอกไม่ถูกจริงๆ
...ก่อนหน้านี้ ผมเคยถามแม่ "แม่ ระหว่างวิศวะกับหมอแม่อยากให้ปานเรียนอะไร?" แม่ตอบทันทีครับ "หมอสิลูก"
ผมยังจำคำๆนี้ได้ คุณรู้มั้ยครับ ผมเคยนั่งน้ำตาไหลต่อหน้าแม่ วันนั้นหลังจากที่ผลโควต้าประกาศ
"ปาน เรียนหมอให้แม่ได้มั้ยลูก" ก่อนหน้านี้แม่ไม่เคยขอร้องอะไรผมเลย มีแต่ทำให้ผมทุกอย่าง
นั่นสิครับมันคงไม่ผิด ที่ผมจะเรียนหมอ "เพื่อแม่และตัวผมเอง"
นึกถึงเรื่องนี้แล้วไม่รู้เป็นอะไร...น้ำตาผมมันก็จะไหลออกมา แต่ขอให้ทุกคนรู้ไว้นะครับ
แม่ไม่เคยบังคับให้ผมเรียนหมอ ผมเลือกชีวิตของผมเอง เลือกเพื่อตัวผมและพ่อกับแม่ของผม
ในวงศ์ตระกูลเหล่าญาติของผม ยังไม่มีใครเคยเป็นหมอครับ...ผมก็ต้องถูกเห่อเป็นธรรมดา พูดอย่างไม่อายตัวเองนะครับ
และแล้วก็ต่อเนื่องมา จนผมเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1-2-3-4-5 ไม่รู้ว่า "ผมรักที่จะเป็นหมอ" ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ
ความรู้สึกนี้ มันค่อยแทรกซึมเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ ไม่มีเวลาที่แน่นอน
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผมได้ร่ำเรียนมา จนปัจจุบันนี้
ที่ผมกำลังจะเรียนหมอ ปีสุดท้าย ผมพูดได้อย่างเต็มปากจากใจจริงว่า "ผมรักวิชาชีพนี้...ผมเกิดมาเพื่อเพื่ออยากเป็นหมอครับ"
ถึงผมจะเรียนมาด้วยความโง่เง่า มีแต่ C กับ C+ เต็มไปหมด แต่ก็เรียกว่า รอดมาได้ไม่ตกอ่ะครับ
ผมรู้สึกว่า ผมมีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้ช่วยเหลือคนไข้ เวลาที่เค้ายิ้มให้เรา และบอกเราว่า "ขอบคุณค่ะ/ครับ คุณหมอ"
มันเป็นความตื้นตันใจ อย่างน้อยก็ทำให้ตัวผมได้ช่วยเหลือคนอื่น ถึงแม้บางครั้งจะไม่ได้เป็นการช่วยเหลืออย่างดีที่สุดก็เถอะ
ทุกวันนี้...ผมยังบอกทุกๆคนได้เลยว่า ผมเป็คนที่ความรู้น้อย เรียกง่ายๆว่า "โง่มากๆนั่นแหละ"
เพราะตัวผมเอง มันไม่เคยตั้งใจเรียนมาตั้งแต่แรก ผมเกลียดการอ่านหนังสือสอบมาก อ่านพอผ่านๆแต่ไม่เคยเข้าใจ ผลกรรมมันก็เลยติดตัวมา
จนถึงวันนี้ ที่อีกประมาณ 1 ปี ผมจะเรียนจบ ทำให้ผมได้เริ่มสำนึก (ตามจริงผมก็สำนึกมาตลอดแหละครับ แต่ทำไม่เคยได้)
และต่อไปนี้ ขอสัญญากับทุกคนที่ผมรู้จักว่า..."ผมจะเป็นหมอที่ดี ให้ได้ครับ"
จบแล้วครับ ประวัติแสนย่อของผม ไม่อยากบรรยายรายละเอียดมากครับ เดี๋ยวจะมีแต่คนบ่น
ก่อนจะจากกันสำหรับครั้งนี้ อย่างน้อยก็หวังว่า เบื้องหลังของตัวผม จะสะท้อนให้คุณเห็นได้ว่า
"สิ่งที่เราเป็นอยู่ตอนนี้...อาจไม่ใช่สิ่งที่เราเคยใฝ่ฝัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราเข้ากับมันไม่ได้...จนกว่าเราจะได้ลองอยู่คู่กับมัน"
ขอบคุณสิ่งต่างๆที่อยู่รอบข้างในชีวิตตลอดมา
ขอบคุณแม่กับพ่อ ที่รักและห่วงใย ดูแลผมตลอดมาทั้งชีวิต
ขอบคุณความฝันครั้งเก่าที่ทำให้ผมรัก ถึงแม้ในตอนนี้ผมจะไม่ได้เป็น แต่ผมก็ไม่เคยลืม ความฝันครั้งแรก..."วิศวกรรมศาสตร์"
ขอบคุณความฝันครั้งปัจจุบัน ที่ทำให้ผมรักและเคารพตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ผมขอสัญญาว่าคุณจะอยู่กับตัวผมตลอดชีวิต..."แพทยศาสตร์"
ขอบคุณ หยง'69 เพื่อนสนิทอีกคน สำหรับการสอนหนังสือและข้อคิด "หมอที่ดีจะต้องมีความรู้ก่อนเป็นอันดับแรก"...เราจะทำตามที่นายบอกให้ได้
และสุดท้าย...ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ถึงน้ำเน่าแต่ก็เห็นเงาจันทร์นะครับ...555
March 10 ในความแตกต่างของ...ความรู้สึกในความแตกต่างของ...ความรู้สึก
กลับมาแล้วครับผม...
เป็นสิ่งที่ผมอยากพูดคำนี้มาตั้งนาน เกือบประมาณ 6 เดือนที่ผมไม่ได้ใช้คำว่า"up space"
อย่างที่บอกไปตั้งแต่กระทู้ที่แล้ว ว่าผมก็แปลกใจตัวเองอย่างมาก ว่าทำไมจากสิ่งที่ตัวเองชอบทำ แต่เลิกทำไปซะดื้อๆ
แล้วผมก็มีคำตอบ(ข้อแก้ตัว)ให้กับตัวผมเองว่า ทำไมผมถึงไม่ได้มาโม้เรื่องต่างๆ ให้ใครต่อใครฟัง
1. ตั้งแต่ผมขึ้นกองศัลย์ กับ MED(อายุรศาสตร์) ก็ทำให้รู้ว่ามันเหนื่อยมากๆๆๆๆ จนลืมเรื่อง space ไปซะนี่
2. ผมอยากเก็บ space ล่าสุดที่ผมทำ (space เรื่องเชียร์) ไว้ให้มันเป็นปัจจุบันให้นานที่สุด...
เหตุผลน่ะเหรอ...เพราะผมรักกิจกรรมนี้มากน่ะสิ เป็นงานแรกที่ผมได้ทำอย่างเต็มตัว ทำงานร่วมกับหลายๆคน
ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้ แต่สุดท้าย...มันก็จบลงด้วยความประทับใจของทุกคน...(โม้ป่ะเนี่ย)
แล้วผมก็มีความสุขทุกครั้งเวลาที่คิดถึงมัน จนถึงตอนนี้ที่ผมกำลังจะขึ้นปี 6 นี่ล่ะ
ผมก็เลยปล่อย space ของตัวเอง ร้างแล้วร้างอีก...ถ้าเป็นบ้านคนก็คงหยากไย่ขึ้นเต็มบ้านเลยล่ะมั้ง...
ผมก็เลยอยากจะตั้งชื่อ space นี้ว่า "ในความแตกต่างของ...ความรู้สึก"
เพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดมาจากคนๆเดียวกัน แต่สามารถแปรรูปออกมาได้หลายแบบ บางทีก็ยากเกินเข้าใจ...
ขอให้ผมได้เล่าเรื่องราวคร่าวๆของชีวิตนะครับ ว่าที่ผ่านมาไปทำอะไรมาบ้าง
พูดถึงเรื่องเรียน ก็เป็นไปตามนี้
ศัลยศาสตร์ 6 สัปดาห์ ... อายุรศาสตร์ 6 สัปดาห์ ... โสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา (ENT) 4 สัปดาห์ ...
เวชศาสตร์ชุมชน 4 สัปดาห์ ... จักษุวิทยา 4 สัปดาห์ ... และสุดท้าย กุมารเวชศาสตร์ 12 สัปดาห์ ...จบปี 5 แล้วครับ
ช่วงที่ผมเรียนเด็ก ประมาณ 2 สัปดาห์แรก แล้วมีวันหยุด...
ผมไปเที่ยว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนมา...น่าไปมากๆ บรรยากาศน่าอยู่ประทับใจมากครับ
สัปดาห์ต่อมา ผมก็ได้ไปเที่ยว อ.ปากช่อง จ.โคราช กับเพื่อนๆในกลุ่ม (+ตุ๊กตา) มีความสุขไปอีกแบบ
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() การไปเที่ยวส่งท้ายปี 2549 ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรก ที่ผมได้พาตุ๊กตาไปเที่ยวไกลๆ
แต่ก็ไม่ได้ไปด้วยกัน 2 คน (ผมก็เลยยังไม่ได้ทำตามสัญญาที่บอกไว้ว่า จะพาไปเที่ยวด้วยกัน 2 คน)
อารมณ์ความรู้สึกในตอนนั้น "ผม รัก ภาคเหนือมาก" ก็เลยฝันไว้ตลอด ว่าจะไปเป็นหมอแถวนั้นหลังเรียนจบ
ว่าแต่ว่า...มันก็ยังเป็นความฝัน ตอนนี้ขอเรียนจบอย่างเดียวพอคร้าบบบ ผมจะไม่รอดแล้วคร้าบบบ
อืมมม...ใช่ๆๆๆ ผมเกือบลืมเล่าเรื่องสำคัญที่อยากบอกให้ทุกคนได้รู้
เอาเป็นเรื่องสุดท้ายที่ผมประทับใจแล้วกัน กับการเรียนกุมารเวชศาสตร์ 12 สัปดาห์ (ขอเรียกว่า "เด็ก" นะ)
จากที่เราอยู่กับเพื่อนกลุ่มเดิมๆ มาประมาณ 9 เดือน แต่พอเรามาเรียนเด็ก ก็ต้องถูก random กลุ่มใหม่
ทำให้เราได้เจอเพื่อนกลุ่มใหม่เกือบทั้งหมด (ยกเว้น เตย)
![]() แนะนำ เพื่อนๆของผมทุกคนในรูปนะครับ (ยกเว้นน้องเสื้อฟ้าที่นั่งตรงกลาง เป็นน้องหูหนวก เดี๋ยวเล่าให้ฟังครับ)
เริ่มจากซ้ายไปขวาละกันนะครับ ถัดจากตัวผมไป ก็เป็น
ไอ้เบสท์...ยอมรับจริงๆว่าตอนแรกกลัวจะคุยกับมันไม่รู้เรื่อง แต่สุดท้ายก็ทำให้เห็นว่า มันก็มีดีเหมือนกัน
อ้อม...นี่ก็อีกคนนึง มันดีทุกอย่างจริงๆ แต่ห้ามให้มันเมาเด็ดขาดนะ เดี๋ยวมันจะไม่มาเรียน
น้ำอ้อย...ขอบคุณนะที่ทำให้ผมได้อยู่กับคนดีๆอย่างเธอ เธอสดใสร่าเริงมากๆ พูดจากใจจริง
บักตึ๋ง...ไม่น่าเชื่อ ว่าผมก็คุยเข้าขากับมันได้ เรื่องอย่างว่า...เอ๊ย เกือบทุกเรื่องแหละ
เตย...คนนี้ไม่ต้องพูดมากอ่ะนะ อยู่กันมาเต็มปี แล้วจะอยู่ด้วยกันต่ออีก 1 ปี ที่อุบล
สิ่งที่ผมอยากบอก ก็คือ ผมรักเพื่อนๆทุกคนในกลุ่มนี้มากๆ มันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ที่เราอยู่ด้วยกันตลอด
ถึงแม้บางที จะดูเหมือนมีปัญหากัน แต่มันก็เรื่องเล็กๆน้อยๆ ปัญหาเด็กๆ ถ้าไม่เก็บมาคิดก็ยิ่งดี
ถึงแม้จะไม่เคยพูดให้พวกแกได้ยิน แต่ถ้าเผื่อแกเข้ามาอ่านก็ขอให้รู้ไว้นะ
"ว่าพวกแกทุกคน...คือเพื่อนดีๆของเราคนนึง"
กิจกรรมที่เราได้ทำนอกจากเรียนหนังสือ พวกเราได้แต่งตัวเป็น "HERO" ตัวต่างๆ แล้วก็มาเต้นให้เด็กๆดู
ในงานวันเด็ก...เด็กคงคิดว่าพวกผมบ้าอ่ะนะ แต่ละท่านี่...ปัญญาอ่อนมากๆๆๆ
![]() นอกจากนี้ พวกผมทั้ง 6 คน ยังได้ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนโสตศึกษา จ.ขอนแก่น
ก็โรงเรียนเด็กหูหนวกนี่ล่ะ ...สิ่งที่ทำให้ผมได้คิดกับชีวิตมากขึ้น ก็คือ
ก่อนหน้านี้ผมมักคิดเสมอว่าเวลาผมมีปัญหา มันเป็นเรื่องที่หนักสำหรับผมมาก
แต่ในความเป็นจริงบนโลกใบนี้...แค่เราเกิดมาเป็นคนปกติไม่มีความพิการ ก็ถือว่าเป็นโชคดีที่ยิ่งใหญ่แล้ว
บางเวลาคนเราชอบเอาความคิดความรู้สึกของตนเองเป็นหลักสำคัญ จนทำให้เราลืมนึกถึงความเป็นจริง
ว่าสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา ยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้ ไม่ได้สัมผัสถึง
![]() ![]() ถึงแม้น้องๆที่อยู่โรงเรียนเด็กหูหนวกจะมีความพิการทางการได้ยิน แต่พวกเค้ามีความสามารถอีกหลายอย่างที่ผมไม่มี
เช่น น้องเค้าวาดรูปศิลปะได้สวยมากครับ ทำให้เห็นถึงพรสวรรค์ของแต่ละคนว่าไม่ได้ถูกกำจัดด้วยคำว่า"พิการ"เลย
อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจกับโรงเรียนนี้ คือ รอยยิ้มที่จริงใจของเด็กทุกคน
และอาการแสดงความดีใจของพวกเค้า เวลาที่เราไปเยี่ยม
เป็นยังไงบ้างครับ สำหรับ "ความรู้สึก" ที่หลากหลายในตัวผม
ช่วงนี้ค่อนข้างว่างครับ จะเอามา up เรื่องไร้สาระให้อ่านบ่อยๆนะครับ (ถึงแม้จะไม่มีใครอ่านก็ตาม..555)
ขอบคุณทุกๆสายตาที่เข้ามาอ่านเรื่องราวของชีวิตผมนะครับ
ขอบคุณพ่อกับแม่...ความรักและห่วงใยที่พ่อกับแม่ให้ตลอดมาครับ
ขอขอบคุณ...บักตาตีบ(ม็อบ)เพื่อนรัก ที่มานอนเป็นเพื่อน เฝ้ากรู up space จนเสร็จ
ขอขอบคุณ...เพื่อนๆทุกคนที่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ ที่มีความรู้สึกดีๆให้กันตลอดมา
ขอขอบคุณ ความรัก ความเจ็บปวด ทุกอย่างที่ผ่านมา ทำให้ชีวิตผมแข็งแกร่ง ผมยังเป็นคนเดิมเสมอ
January 24 ขอเว(ลา)...พักใจ ขอเว(ลา)...พักใจ
![]() ห่างหายไปนานมากๆๆๆๆๆๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่า เวลาของผม ผมเอามันไปทำอะไรอยู่
- หนังสือก็ไม่ได้อ่าน
- เที่ยวก็ไม่ได้ไปเที่ยว
- กินเหล้าเข้าบาร์ก็ไม่ได้ไป
แต่สิ่งที่รู้สึกก็คือว่า การ up space ที่แต่ก่อนผมเคยบ้ากับมัน ทำไมผมเบื่อมันเร็วขนาดนั้นวะ....
ไม่เคยคิดเล้ยยย...ว่าตัวเองจะเป็นคนเบื่ออะไรง่ายๆ ขนาดนี้
แต่ก็อย่างว่าอ่ะนะ สมควรเบื่อ เพราะของมันเปลี่ยนไป....ของเก่ามันก้อดีอยู่แล้วนี่เนอะ
แต่พอเวลามันเปลี่ยน ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนไปด้วย
...
แล้วตรูกำลังบ่นเรื่องไร้สาระอะไรเนี่ย!!!!
สรุปก็คือ ขอเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบกุมารเวชศาสตร์ สำหรับการใช้ชีวิตให้จบ
เพื่อให้ผ่านคำว่า "นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่5"
แล้วเตรียมตัวไปเป็น "EXTERN รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบล" อย่างเต็มตัวนะครับ
...รอด้วยนะ กลับมาแน่...ไม่นานนี้... June 27 CHEER'49...MEDICINE'34 KKU!!! CHEER'49...MEDICINE'34 KKU
WEED.......BOOM
WE COME FROM KKU
AND WHO ARE WE WE WE
OH! YOU CAN SEE SEE SEE
HEY! SEE M E D
MEDICINE........BOOM!!!!!
เฮ้อ!!!!....ถอนหายใจยาวๆ พร้อมกับบอกออกไปว่า "สำเร็จแล้วคร้าบบบบ..งานเชียร์ของพวกเราทุกคน"
ก่อนอื่นที่จะเล่ารายละเอียดต่างๆ ให้ฟัง ก็ขอแนะนำบวกกับโฆษณาตัวเองก่อนละกันนะคับผม
![]() สุดหล่อคนนี้ พี่ปาน'77 ประธานเชียร์
หน้าที่หลักของประธานเชียร์ คือ ประเมินการร้องเพลงของน้องว่า ผ่าน/ไม่ผ่าน จนถึงวาระสุดท้าย
ที่จะตัดสินได้ว่า น้อง ผ่านเชียร์/ไม่ผ่านเชียร์ สามารถเป็น MEDICINE'34 ได้หรือไม่...ใหญ่เนอะ!!!
นอกจากนี้ก็ยังมีหน้าที่ปิดเชียร์ในแต่ละวัน แล้วก็ควบคุมสถานการณ์ในห้องเชียร์
![]() สุดหล่ออีกหนึ่งคน พี่อู๋'46 หัวหน้าSTAFFระเบียบ ปี5
หน้าที่ของเค้าคนนี้ คือ คนที่คอยดู คอยควบคุมระเบียบของน้องปี 1 ในห้องเชียร์
ย้ำนะ...คณะเราไม่มีว้าก ทุกอย่างมีเหตุผล มีความถูกต้อง จนทำให้เกิดความเครียด...555 ไซโคนั่นเอง
แล้วก็มีหน้าที่ควบคุมSTAFFระเบียบ ปี5 ทุกคน ในขณะที่ห้องเชียร์ ยังไม่มีประธานเชียร์
![]() สุดหล่ออีกหนึ่งคน พี่บาส'161 หัวหน้าSTAFFระเบียบ ปี3
หน้าที่หลักของเค้าคนนี้ คือ คุมระเบียบ การจัดแถวทุกอย่างของน้องปี 1 ตอนอยู่นอกห้องเชียร์
และคอยควบคุม STAFFระเบียบ ปี3 นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ตัดสิน BOOM MED ของน้องปี 1
อีกจำนวนทั้งหมด 9 ครั้ง แล้วก็ยังมีหน้าที่คุมแถวก่อนปล่อยน้องกลับหอ...
...และแล้วในที่สุด วันเปิดเชียร์ก็เริ่มขึ้น คือ วันพุธที่ 14 มิถุนายน 2549 ตามที่องค์การนักศึกษา
กำหนดให้มีกิจกรรมร้องเพลงร่วมคณะ (กิจกรรมเชียร์) ในวันแรกได้...
![]() วันแรกของการเชียร์บอกตามตรงว่าเราโคตรตื่นเต้นที่จะได้ทำหน้าที่เป็นประธานเชียร์ครั้งแรกในชีวิตก็คนเรามันไม่เคยนี่หว่า...ทำไงได้!!! ในตอนแรกเป็นหน้าที่ของน้องปี 3 ในการรวมแถวน้อง จัดแถวน้องให้เป็นระเบียบ แจ้งเรื่องระเบียบเชียร์ เรื่องการขออนุญาตในแถว รวมถึงพาซ้อมถวายบังคม ได้มีการเรียกน้องรวมแถวบริเวณห้องสมุดจากนั้น ก็พาน้องไปถวายบังคมที่บริเวณ พระบรมรูปของสมเด็จย่าและสมเด็จพระราชบิดา ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ของเรา
เสร็จภารกิจถวายบังคมเรียบร้อย ก็พาน้องไปไหว้พระพุทธชินราช แล้วก็ต้องรีบทำเวลาเพราะสายมากแล้ว จากนั้น ถึงได้รวมน้องปี 1 เพื่อตั้งแถว เตรียมพร้อมที่จะเข้าห้องเชียร์อย่างจริงจังเสียที บรรยากาศในห้องเชียร์ของวันแรกเริ่มขึ้น น้องปี1 ทุกคนเข้าห้องเชียร์ นั่งระเบียบเชียร์เรียบร้อย จากนั้นเราก็เป็นคน กล่าววัตถุประสงค์ของงาน กล่าวรายละเอียดการจัดกิจกรรม แล้วก็ได้เชิญ ท่านรองคณบดีฝ่ายกิจกรรมพิเศษและวิเทศสัมพันธ์เป็นประธานในการกล่าวเปิดกิจกรรม
จากนั้นก็ถึงขั้นตอนในห้องเชียร์ของวันแรก เริ่มต้นด้วย STAFF ร้องเพลงปี 2 สอนเพลงน้อง ในช่วงแรกสอนเพลงเดียวนั่นคือ เพลงที่สำคัญที่สุด แพทยศาสตร์ขอนแก่น... จากนั้นก็หมดเวลาในช่วงแรกของห้องเชียร์ถึงเวลาปล่อยน้องเดินออกจากห้องเชียร์เพื่อรับประทานอาหาร แล้วทุกคนก็กลับเข้ามาสู่ความเครียดของห้องเชียร์อีกครั้ง ด้วยการสอนเพลงต่ออีก 5 เพลง คือ
BOOM MED , ลงสนาม , MARCH ALONG , MD LA LA LA , ลาแพทยศาสตร์ศรีนครินทร์ หลังจากนั้น คือเวลาที่ STAFF ระเบียบปี 5 ลงเพื่อสอนน้องและชี้แจงรายละเอียด ว่าต้องร้องเพลงคณะผ่านทุกเพลง BOOM MED ผ่าน 18 ครั้ง ถึงจะถือว่า "ผ่านเชียร์" ในวันแรกก็ให้การบ้านน้องไปเยอะทีเดียว ประมาณ 3 ข้อแน่ะ...ให้ไปห่อปกสมุด ไปหาความสำคัญของเลข 18 และ คัดชื่อเพื่อน วันที่ 2 ของการเชียร์(16 มิถุนายน) หลังจากเชียร์วันแรกสอนร้องเพลงไป 6 เพลงแล้ว กิจกรรมหลักๆ ของวันนี้ คือ สอนร้องเพลงที่เหลืออีก 7 เพลง ประกอบไปด้วย งามศรีนครินทร์ , รวมรักแพทยศาสตร์ , GET IT OUT , HIGHER , COME TO CHEER , แพทยศาสตร์รำลึก , VICTORY(อ่านว่า วิก - ทรี่ นะคับคุณ!!!) ช่วงหลังเวลาที่เหลือ STAFF ระเบียบ ปี5 ก็ลงมาพูดกับน้องแล้วก็ถามการบ้านที่ให้น้องไปหาครั้งก่อน จากนั้นเราก็ปิดเชียร์ จากใบประเมินก็ทำให้น้องรู้ว่า ยิ่งเชียร์ ยิ่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ วันที่ 3 ของการเชียร์(19 มิถุนายน) วันเชียร์วันที่ 3 เป็นวันที่เราได้ตรวจการบ้านน้องที่ให้ไปตั้งแต่วันแรก ที่ให้ไปคัดชื่อมา แล้วทดสอบดูว่า จำเพื่อนได้หมดหรือเปล่า(ก็ไม่หมดอยู่แล้วล่ะนะ...!!!) ได้คุยกับน้อง ได้เริ่มทดสอบน้อง ว่าไปสอบร้องเพลงที่ผ่านมา เสาร์-อาทิตย์ ผลงานเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่า "ไม่ผ่าน" ครับท่าน แต่ก็ยังมีหวังน่า...น้องเราทำได้อยู่แล้ว --- เริ่มรู้สึกเครียดแล้วล่ะ อีก 3 วันของการเชียร์ กับอีก 12 เพลง กับ BOOM MED 18 ครั้ง วันที่ 4 ของการเชียร์(21 มิถุนายน) วันเชียร์วันที่ 4 เป็นวันที่เราประทับใจมากๆ น้องวันนี้เริ่มมีน้ำตาให้กับเพื่อนๆด้วยกันเอง สอบผ่านไปด้วยดีกับผลที่น่าพอใจอย่างมาก คือ
BOOM MED นอกห้องเชียร์ 1 ครั้ง กับเพลง 3 เพลง คือ ลงสนาม , MARCH ALONG , ลาแพทยศาสตร์ศรีนครินทร์ ใกล้แล้วครับน้อง วันนี้ทำดีมาก ทำให้พี่ได้เห็น ทำให้พี่ได้เสียน้ำตาให้กับน้องเลยล่ะ ประทับใจมากเลยนะรู้มั้ย ที่น้องปี 1 ให้กำลังใจกัน ชมเชยกัน รักกัน มีน้ำตาให้กัน มือแต่ละคนแดงมากกว่าจะผ่าน เพลง MARCH ALONG ที่มีท่าตบมือ วันนี้พี่พอใจน้องๆมากครับ ขอชื่นชมครับพวกคุณทั้งหลาย
วันที่ 5 ของการเชียร์(23 มิถุนายน) วันเชียร์วันที่ 5 เป็นวันที่น้องเหนื่อยกันมาก เนื่องจากเมื่อวานเป็นวันไหว้ครู แล้วยังถูกสั่งห้ามจากส่วนกลางไม่ให้น้องปี1 ของเรารวมตัวกันซ้อมร้องเพลงอีกต่างหาก เราก็เลยได้แต่ให้น้อง สอบ BOOM MED ในห้องเชียร์ กับ สอบเพลง แพทยศาสตร์รำลึก ผลปรากฏว่า วันนี้น้องปี 1 ผ่าน BOOM นอกห้องเชียร์ 3 ครั้ง ผ่าน BOOM ในห้องเชียร์ 4 ครั้ง แล้วก็ผ่านเพลงแพทยศาสตร์รำลึก ก็สรุปได้ว่า เหลือไว้ในวันปิดเชียร์ คือ BOOM 10 ครั้ง แล้วก็ เพลงที่เหลืออีก 8 เพลง โหดจังเลยอ่ะ!!! วันนี้อ่ะนะ ก็มีเกือบทุกรูปแบบเหมือนเดิม ทั้งน้ำตา ทั้งเหงื่อ ทั้ง HYPERVENTILATION หลังจากนั้นก็ได้มีการประชุมกัน พี่ปี5 น้องปี3 ขอบคุณน้องๆทุกคน ที่ตั้งใจมาทำงานเชียร์เพื่อน้องของเรานะครับ จากนั้น ก็มีบรรยากาศซึ้งๆ น่าประทับใจ ร้องเพลง"ถนนสายนี้เธอมีฉัน"ให้น้องปี3ฟัง แล้วจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับหอของแต่ละคนคร้าบบบบบ!!!!
วันปิดเชียร์(25 มิถุนายน) วันสุดท้ายที่ทุกคนรอคอย น้องตั้งใจสอบร้องเพลงมาก ตั้งใจมากจริงๆ (ขณะที่กำลังพิมพ์อยู่ นึกถึงบรรยากาศนั้น น้ำตาแทบไหล) น้องก็ตั้งใจร้องผ่านไปทีละเพลง ตั้งแต่ งามศรีนครินทร์ , VICTORY , HIGHER , GET IT OUT แต่อย่างว่า เวลาปิดของอาจารย์พรทิพย์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ก็คือ ปิดตอน 19:15 น. เอาล่ะสิ น้องปี 1 เหลืออยู่ ประมาณ เพลงร้อง 4 เพลง คือ แพทยศาสตร์ขอนแก่น , MD LA LA LA , รวมรักแพทยศาสตร์ , COME TO CHEER แล้วก็ BOOM ในห้องเชียร์อีก 5 ครั้ง เพราะ BOOM ที่จะสอบนอกห้องเชียร์ ได้สอบกับน้องปี3 ผ่านหมดแล้ว บรรยากาศนี้สุดยอดมาก ... น้องปี3 เล่าให้ฟังว่า น้องปี1ของเรา เก็บข้าวเอง เก็บขยะเอง แล้วรีบตั้งแถวเพื่อเตรียมพร้อมที่จะสอบ BOOM MED แล้วก็สอบพร้อมกัน สั่งเพลงพร้อมกันทุกคน แล้วก็ผ่านไปได้ด้วยดี ดีเยี่ยมจริงๆคับผม....ขอชมว่าสุดยอด จากใจจริง หลังจากนั้นความเครียดในห้องเชียร์ก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจารย์พรทิพย์กล่าวปิดเชียร์ เราก็ลุ้นว่า...เอาแล้วหว่า น้องปี1 ตูจะไม่ผ่านเชียร์จริงๆ หรือนี่? หลังจากนั้น ก็มีน้องยกมือขออาจารย์พรทิพย์ "ขอต่อเวลาครับ/ค่ะ อาจารย์...อาจารย์พรทิพย์ของเราก็ตอบไปด้วยความเต็มใจอ่ะนะ ถ้าเผื่อประธานเชียร์ไม่ตอบคำถาม ครูก็อนุญาตให้ต่อเวลาได้ค่ะ" เฮ้อ!!! คิดอยู่ในใจก่อนหน้านี้ น้องตูจะกล้าขออาจารย์พรทิพย์รึป่าวเนี่ย? เวลาของการสอบร้องเพลงต่อ ก็ได้เริ่มขึ้นอีก น้องก็เริ่มทำฝันให้เป็นจริง จนเหลือเพลงสุดท้าย แพทยศาสตร์ขอนแก่น..... เป็นสิ่งที่มันทำร้ายจิตใจประธานเชียร์อย่างแรงงงง.....ไม่ผ่าน!!!!!!!!!!!! ....เฮ้อ!!!! บรรยากาศต่อไป ไม่ขอเล่ารายละเอียดแล้วกันอ่ะนะ แต่เอาเป็นว่า...เราขอให้มันจำไว้อยู่ในจิตใจของทุกๆคน ทั้ง ปี1 ปี2 ปี3 และ ปี5 ตลอดไปนะครับ...
สิ่งที่เห็นจากบรรยากาศในตอนนั้น ได้เห็นน้ำตาของแต่ละคนที่รักกันจริงๆจากใจ เห็นน้ำตาที่พี่กับน้องมีให้กัน เห็นน้ำตาที่เพื่อนแต่ละคนมีให้กัน เห็นถึงความเสียสละของน้องๆ ความรักและความสามัคคีของน้องๆ อารมณ์และใจที่น้องอยากเป็น MEDICINE'34 ที่ทุกคนสื่อออกมาทาง แพทยศาสตร์ขอนแก่นรอบสุดท้ายที่ทุกคนได้ร้องกัน....น่ารักขนาดนี้ ไม่ให้ผ่านได้ยังไงล่ะคับน้อง!!!...ขอบอกกับทุกคนว่า เหตุการณ์ในวันปิดเชียร์นั้น มันจะฝังลึกอยู่ในจิตใจของผม(ไอ้ประธานเชียร์คนนี้แหละ)...ตลอดไป
ขอบคุณทุกคนมากๆ จากใจจริงครับ ที่ทำให้เชียร์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก... ขอบคุณน้องปี 1 น้องคือน้องของพี่น่ารักมากๆ ขอบคุณที่เข้าใจถึงกิจกรรมที่พี่จัดให้นะครับ ขอบคุณน้องปี 2 ในวันนี้น้องเป็นรุ่นพี่ของน้อง MED'34 เป็นผู้ให้มีความสุขมากกว่าได้เป็นผู้รับครับ ขอบคุณน้องปี 3 ถ้าไม่มีน้องปี3 ที่น่ารัก ก็ไม่มีน้องปี1 ที่น่ารักแบบนี้เช่นกันครับ พี่รักน้องครับ ขอบคุณเพื่อนปี 5 ในตอนแรก เราขอพูดจากใจจริงว่า ไม่มั่นใจในตำแหน่งนี้มากๆ แต่ในวันนี้ ขอขอบใจเพื่อนๆทุกคนที่มาช่วยกัน ทำให้น้องของเรา เป็นแพทย์ที่ดี ในอนาคต...MED'30 เรารักพวกแกว่ะ!!! June 26 ณ วิสัญญีวิทยา (ดมยา)...ณ วิสัญญีวิทยา (ดมยา)...
นึกอยู่ตั้งนาน ว่ามีเรื่องอะไรจะเล่าให้ฟังดี สำหรับภาควิชานี้ ขอสรุปแบบไม่อ้อมค้อมละกัน
ไม่งั้นก็คงมีแต่คนบ่นว่า เราบรรยายซะยืดยาว...หุหุ
สำหรับภาควิชานี้ ก็มีทั้งหมด 3 หน่วยกิต กับช่วงเวลา 3 สัปดาห์ ขึ้นชื่อว่า ภาควิชาดมยา
สิ่งแรกที่นึกถึง ก็คือ มีแต่อาจารย์ที่ใจดี น่ารักก...หน้าตาดีด้วยล่ะจะบอกให้!!!!
จะมีภาควิชาคลินิกที่ไหนอีกล่ะ...ที่มีการแจกขนม แจกลูกอมให้เด็กๆกินระหว่างเรียน
หลับก็ไม่ว่า สอนไปก็ยิ้มไป ไม่เคยเห็นอารย์ท่านไหนดุซักคน...จริงๆนะ
![]() วิสัญญีแพทย์มีความสำคัญยังไงน่ะเหรอ...อืมมมม!!! ไม่มีหมอดมยา ก็ไม่มีการผ่าตัดเกิดขึ้นได้อ่ะนะ
หมอดมยาถือได้ว่าเป็นผู้ควบคุมการผ่าตัดเลยล่ะ ถ้าสั่งให้ศัลยแพทย์หยุดผ่า...ก็ต้องหยุด
เพราะต้องมีหน้าที่คอยควบคุมผู้ป่วยตลอดเวลาที่ได้รับการผ่าตัดว่าเป็นยังไง
ยังหายใจปกติมั้ย หัวใจเต้นดีมั้ย
ถือได้ว่าเราโชคดีอย่างมากที่ได้เรียนภาควิชานี้ ตอนทำงานเชียร์พอดีอ่ะนะ...สนุกดี!!
เรียนเสร็จ 4 โมงเย็นก็ต้องรีบวิ่งวุ่นเปลี่ยนชุดจากชุดเขียวห้องผ่าตัด ไปใส่เสื้อกาวน์เหมือนเดิม
เพื่อเป็นประธานเชียร์อ่ะนะ!!
หัวก็ฟู...ผมก็หยองอีก เฮ้อ!!! ถ้าน้องปี 1 มารู้เบื้องหลัง จะสงสารเราบ้างมั้ยเนี่ย...อิอิ!!
สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก 3 อาทิตย์ที่ได้อยู่ภาควิชานี้ รู้ว่าการให้สารน้ำต่างๆ เข้าทางร่างกายของผู้ป่วย
เพื่อชดเชยความสมดุลย์ของ electrolyte ทำอย่างไร ... ที่สำคัญอ่ะนะ ใส่ท่อช่วยหายใจก็เป็นแล้ว
ดมยาสลบให้ผู้ป่วยระงับความรู้สึกเพื่อเตรียมพร้อมการผ่าตัด ก็ทำเป็นแล้ว...
ที่จะโชว์ว่าทำเป็นอีก ก็คือ ทำ spinal block หรือที่เค้าเรียกว่า block หลัง เพื่อทำให้ชานั่นแหละ ...
อีกอันหนึ่ง ก็ได้เรียนรู้วิธีที่จะให้ออกซิเจนกับผู้ป่วย ว่าต้องทำยังไง ต้องตั้งเครื่องยังไง
เรามั่นใจว่า ทุกคนที่มาเรียนภาควิชานี้ ต้องมีความสุขอย่างแน่นอน ไม่มีอะไรจะชิวกว่านี้อีกแล้วล่ะ!!!
สัปดาห์สุดท้ายของการเรียนวิชานี้ ก็คือสัปดาห์สุดท้ายของการเชียร์เหมือนกัน!!
ไอ้เรามันก้อคนคิดมากอ่ะนะ เรื่องเชียร์มีปัญหาอะไรนิดหน่อยก็ไม่มีสมาธิทำงาน
จนก่อนวันสอบ 2 วัน ก็คือวันเชียร์วันที่ 4 (จากทั้งหมด 6วัน) กระผมก็ยังไม่ได้เริ่มอ่านหนังสือเลยล่ะ!!!
สุดท้าย ก็ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่า การที่ไอ้ปานคนนี้มานั่งเศร้าโศกอยู่ประมาณครึ่งวันหลังสอบเสร็จ
ยอมรับว่าเครียดมากจริงๆ วันนั้นเพราะรู้ตัวดี ว่ามันทำไม่ได้จริงๆอ่ะ ไม่ได้ยากเลยนะข้อสอบ...
แต่เรามันไม่อ่านเองนี่หว่า จะไปโทษใครอีกล่ะ!!!
...อย่างน้อยความโศกเศร้าก็ต้องเก็บมันลงไปที่จิตใต้สำนึกให้ได้
เตรียมพร้อมกับการเป็นประธานเชียร์ครั้งที่ 5
ความสุขของการได้ทำกิจกรรมนี้ มันก็มาลบล้างความเศร้าโศก ความเครียดได้เยอะเลยทีเดียวล่ะ
และแล้วก็ลงกองวิสัญญีวิทยา ด้วยความงุนงงพอสมควร
กับความรู้ที่ไม่ค่อยจะมี...แต่ยังไงก็น่าจะผ่านนน..เชื่อใจว่าตัวเองคงไม่ตก...เฮ้อ!!!
สิ่งที่จะลืมขอบคุณไปไม่ได้...
ขอบคุณเพื่อนใน block ทั้ง 9 คนที่เหลือ ที่เรียนไปพร้อมกัน
แล้วก็คอยให้ความรู้กับเราเรื่องต่างๆ เพิ่มเติมอ่ะนะ
ไม่มีพวกแก เราคงจะเหลวแหลกกว่านี้มากๆเลยล่ะ!!!
...นี่ก็สิ้นสุดกับ 12 สัปดาห์ของ MINOR ที่เรียนแบบสบายๆ มีความสุข...ต่อไปครับทั่น
ผมกำลังจะก้าวสู่หลุมนรกอย่างแท้จริงของ ศัลยศาสตร์ 6 สัปดาห์ กับ อายุรศาสตร์ 6 สัปดาห์
จะเหลือชีวิตรอดซักเท่าไหร่ กับการอยู่เวรถึง 6 โมงเช้า จะรีบมารายงานให้ฟังละกันน้า!!! June 04 ณ นิติเวชศาสตร์ณ นิติเวชศาสตร์...!!!
ผ่านไปอีก 1 อาทิตย์อีกแล้วครับทั่น... กับการเรียนที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ (FORENSIC MEDICINE)
นึกไปก็สนุกดี...ลองคิดดูดิ เริ่มเรียนวันจันทร์ ลงกองวันศุกร์ 1 หน่วยกิต แต่งานเยอะโคตรๆๆๆๆ
![]() เริ่มต้นเล่าเรื่องกับกิจกรรมที่ได้ทำ ตั้งแต่เสาร์อาทิตย์ ก่อนขึ้นเรียนนิติเวชศาสตร์ในครั้งนี้
ก็เป็นวันที่ได้ไปดูน้องซ้อมเชียร์เป็นปกติแบบที่ไปทุกวัน ก็ยังดีขึ้นกว่าเดิมอ่ะนะ...
![]() ![]() หลังจากนั้น วันอาทิตย์ก็เป็นกำหนดการ BIG CLEANING DAY ของสโมสรนศ.พ. ครับคุณ
เราก็เป็นคนทำกำหนดการให้มันวุ่นวายอีกละ (แสดงมากๆ) ก็ไม่มีอะไรมากมาย
คือ ตอนแรกกำหนดการเรียกน้องไปทำความสะอาดเป็นตอนเช้า แต่เราเห็นว่าตอนเช้าน่ะ
ห้องประชุมพื้นเอียงมันยังเปิดแอร์อยู่ ก็เลยเปลี่ยนกำหนดการให้น้องซ้อมเชียร์ตอนเช้าแทน
แต่ปัญหามันอยู่ที่ ผมเองลืมบอกนายกสโมฯ กับลืมบอกHEADงานสิครับทั่น...เพื่อนจะโกรธมั้ยเนี่ย!!!
แต่สิ้นสุดแล้ว งานก็ออกมาด้วยดี ให้น้องมาทำ BIG CLEANING ตอนบ่ายแทนจนสำเร็จด้วยดี...
('_")!!!
มาถึงวันเปิดเรียนวันแรก...อาจารย์เข้ามาสอนทบทวน(เพราะว่าก็เคยเรียนมาตั้งแต่ตอนอยู่ปี4ด้วย)
ก็คนไม่ได้อ่านหนังสือมา คงตอบได้หมดทุกคำถามมั้งครับคุณ!!!
สุดท้ายหมดคาบ อ.มณีวรรณก็ออกจากห้องพร้อมกับคำว่า "พรุ่งนี้ยังรู้แค่นี้อยู่ ครูไม่สอนนะ!!"
เป็นคำพูดที่ดีมากครับอาจารย์ ในเย็นวันนั้นต่างคนต่างอ่านทบทวนกันทุกคน (ยกเว้นตูมั้ง!!)
ช่วงเย็นวันแรก อ.วิรุจน์ก็เรียกไปดูการผ่าศพ เป็นผู้หญิงอุบัติเหตุรถขนน้ำมาชน
แล้วอาจารย์ก็เล่าเหตุการณ์ว่า ถูกชนแล้วกระเด็นมาอีกฟากหนึ่งแล้วก็ตกคลองน้ำ....เสียววว!!!
ผ่าศพดูจนพบสาเหตุการตายว่าบาดเจ็บกระดูกสันหลังระดับคอร่วมกับเลือดออกในสมอง
เรียน GROSS มาตั้งแต่ตอนปี 2 ก็ไม่เหมือนผ่าศพครั้งนี้ ก็นิติเวชเค้าไม่ได้มีการมาแช่ฟอร์มาลินนี่นา!!
ผ่าแบบสดๆเลยนั่นล่ะ...กลับถึงห้องก็รีบชำระร่างกายกลิ่นทั้งหลายที่ติดเสื้อผ้ามา
วันอังคาร...ผมได้ไปศาลครับคุณ ไปนั่งฟังการพิจารณาคดี "พยายามฆ่า" ฟังแล้วน่ากลัวเนอะ ได้เรียน
กับท่านผู้พิพากษาด้วย ท่านน่าเคารพดีอ่ะนะ!!! สมกับตำแหน่งผู้พิพากษาทุกคนเลย
วันพุธ...ก็นั่งเรียน lecture ธรรมดา แล้วก็ present seminar กัน ลืมลงรายละเอียดไปว่า อยู่ภาควิชานี้
งานเยอะมาก ทั้ง present seminar , present journal etc. นั่งทำ power point อยู่ทั้งวัน
![]() วันพฤหัสบดี...วันนี้ก็ presentงาน เกือบทั้งวัน ทีเด็ดอยู่ที่ตอนเย็นที่ตั้งใจไว้ว่าจะเตรียมตัว
ทำpresent journal วันศุกร์ กับอ่านหนังสือสอบอ่ะดิ ปรากฏว่าเวลา 17:00 น. มีโทรศัพท์เข้าเครื่องเรา
เสียงปลายสายก็บอกมาว่า "หมอคะ ติดต่อกลับ อ.มณีวรรณด่วนค่ะ มี caseจมน้ำตาย อ.จะพาไปดู"
ตื่นเต้นสิครับคุณ ถึงแม้เป็น case จมน้ำตาย แต่ก็ได้ไปดูที่เกิดเหตุจริงๆ แบบว่าได้ประสบการณ์อ่ะนะ
ตรวจสอบเสร็จแล้ว อ.ก็สั่งงานทันที "ทุกคนเขียนใบชันสูตรศพ แล้วเอามาส่งครูพรุ่งนี้เช้า"
เพิ่มการบ้านอีกอย่างแล้วสิตู แต่ก็ดีถือว่าได้เรียนรู้...ถือว่ากลุ่มเรา hot นะเนี่ย อ.บอกว่า
"เป็นกลุ่มที่ 3 ตั้งแต่ 3 ปีที่ผ่านมา ที่ได้มาดูศพในสถานที่เกิดเหตุ...!!!" ดีใจครับ ดีใจ '_"
วันศุกร์...สอบครับสอบ วันนี้สอบ แต่กว่าจะสอบก็ บ่าย 3 เพราะว่าต้องเรียนก่อนตั้งแต่เช้า
ถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะสอบ ตูก็ไม่ได้อ่านหนังสือเหมือนเดิมอ่ะดิ แต่ดีใจมากๆครับทั่น
ครั้งนี้...ไม่มี PRE-EXAM SYNDROME ครับทั่น ร่างกายแข็งแรงปกติดีเตรียมพร้อมการสอบ
สอบเสร็จก็ไปดูน้องซ้อมเชียร์ แล้วก็ประชุมคณะกรรมการเชียร์ต่อ เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวกับเพื่อนกัน
ได้เรื่องอีกแล้วครับ นั่งรอกินเนื้อย่าง ร้านเพ้งเนื้อย่างเกาหลี รอนานมากๆๆๆๆๆ
จนเรากับเพื่อนๆตัดสินใจเดินหนีออกจากร้าน ก็คนมันหิวนี่หว่า ยังเป็นคนดี จ่ายค่าบาร์บีคิว
ให้ร้านมัน 100 บาท มันบอกว่าเรากินไป 5 ไม้ คิดไม้ละ 20 บาท
ส่วนเนื้อที่ตักมาแล้วยังไม่ได้กิน"ไม่คิดตังค์"...อ้าว มึงก็ลองคิดดูดิ ตูจะได้เผาร้านซะ...ชิ!!!
สุดท้ายก็ได้ลงท้ายด้วยการไปกินคอหมูย่างกัน ตรงถนนกลางเมือง...อิ่มมม...กลับมานอนนน!!!!
และแล้วก็ถึงวันเสาร์...ทำหน้าที่เป็นพี่รหัสที่ดี พาน้องไปเลี้ยง ไดโดม่อน แล้วก็กินไอติมต่อ
ไอ้ปานคนเนี้ยตัวเบาเชียวว!!!...กระเป๋าตังค์ถูกดูดเงินซะเกลี้ยง...น้ำตาไหล!!! ฟาดไปเกือบพัน
แต่ก็ดีอ่ะนะ ไม่เป็นไรนานๆที ขอให้น้องเรามันทำตัวน่ารักแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็พอใจล่ะ ... ซึ้งป่ะ!!
![]() ![]() แนะนำสายรหัสผมดีกว่า...(ขายเพื่อนแล้วก็มาขายน้อง...)
น้องพลอย'177 ปี2 น้องที่แสนดี ขยันทำงาน จากเมืองโคราช มีพี่รหัสปี 5 หน้าตาดี
น้องร็อค'77 ปี3 น้องอีกคนนึง รายนี้ยังดีที่ฉีดยาแล้ว กัดแต่ละที เจ็บเป็นบ้า เป็นคนขอนแก่น
...ถึงตัวดำแต่ใจก็ไม่ดำอ่ะนะ
น้องปิ๋ม'77 ปี4 น้องคนนี้ตอนนี้มันอยู่ สูติศาสตร์ฯ กำลังจะตายกับการสอบ...มันเป็นเด็กร้อยเอ็ด
แต่ไม่ได้อยู่ในอำเภอเมือง บางคนที่ไม่รู้จัก ก็คิดว่ามันเป็นกระเทย ไปผ่าตัดแปลงเพศมา...555
น้องเมฆ'77 ปี2 น้องคนดีอีกหนึ่งคน ที่ขยันทำงาน มันมาจากนครพนม และที่สำคัญทังหมดนี้...
ทุกๆคนมันโชคดีตรงที่มีพี่รหัสปี5 สาย77 ที่หน้าตาดี และเป็นคนดี ห่วงใยมันตลอดเวลา...หุหุ!!!
รับประทานไอติมอย่างเอร็ดอร่อย จนอิ่มท้องจะแตก แล้วก็พากันกลับเข้ามอ น้องๆแต่ละคน
ก็แยกย้ายกันไปนอน(อ้วนแน่ๆ..) เราก็ไปทำงานต่อ แล้วก็มา up space เช่นเดิม...
เป็นไงบ้างครับ อีก 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาของชีวิตผม... พรุ่งนี้ก็จะถึงวันที่น้องปี 1 เปิดเทอมแล้วอ่ะนะ
เดี๋ยว็เปิดเชียร์ซะละ...คงไม่ค่อยมีเวลามา up space ได้บ่อยเหมือนเดิมนะคร้าบบบบ!!!
เจอกันโอกาสหน้าครับพี่น้องงงงงง....
ขอบคุณเช่นเดิม
ทุกๆคนที่เข้ามาแวะเวียน และเป็นห่วงเป็นใย...
น้องปี1 ทุกคนที่กำลังจะมาเข้าเชียร์ที่พี่จัดให้ อย่างสมัครใจ...ไม่ถูกบังคับ
น้องปี2 ที่ยังมาซ้อมเชียร์ให้พี่อยู่ ถึงแม้มันจะเปิดเรียนแล้วก็ตาม...ใกล้ถึงวันจริงแล้วน้อง
น้องปี3 ที่จะเป็น staffระเบียบที่ดีต่อไปให้พวกพี่และน้องๆทุกคน ในอีกไม่กี่อาทิตย์
.......
สำคัญที่สุด เพื่อนๆ ปี5 ทุกคนที่จะเป็น staffระเบียบ คอยสอนน้อง ดูแลน้อง
ให้เป็น "หมอที่ดี" ในอนาคต
ช่วยกันเยอะๆนะพวกเราทุกคน
May 26 ช่วงชีวิต ที่ผ่านมา...จนลงกองรังสีวิทยาช่วงชีวิต ที่ผ่านมา...
...ผ่านไปอีกแล้ว 2 สัปดาห์ กับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายในชีวิต
นึกแล้วก็น่าใจหายเนอะ!!!
- ตอนที่อยากให้เวลามันผ่านไปช้าๆ มันกลับเดินไปอย่างรวดเร็ว
- แต่พออยากให้มันผ่านไปเร็วๆ มันก็ผ่านไปอย่างช้ามากกกก....ทรมานมากกก
![]() **เมื่อครั้งก่อนหยุดการเดินทางไว้ที่ กทม. กับสิ่งที่เราหวังไว้ตอนแรก
ว่าได้หยุดยาว 4 วัน ต้องหาความสุขใส่ตัวให้ได้มากที่สุด ... เฮ้อออ!!!ยิ่งคิดยิ่งเศร้า
ตอนนั้นที่กลับมาจากกรุงเทพฯ แทบอยากกลับมา up space ใหม่
ตั้งชื่อหัวข้อไว้เรียบร้อย "ในวันอันแสนโดดเดี่ยว..อ้างว้าง" แต่ไม่มีเวลาทำซะนี่!!!
วันแรกของ กทม. ศุกร์ที่12 อยู่บ้านเล่นเน็ต นอนดู UBC ทั้งวัน (ชีวิตไม่ต่างจากขอนแก่นสิ้นดี) วันที่2ของ กทม. เสาร์ที่13 โชคดีวันนี้"จิ๊บ"โทร.มานัดควง ไปเดินเซ็นทรัลปื่นฯ ก็ได้ของเล็กๆน้อยๆ นั่งกินไอติมชดเชยเวลาที่เงียบเหงาเมื่อวานอ่ะนะ...แล้วก็ไปเดินพันธุ์ทิพย์ต่ออีก...ขากลับอ่ะดิ ตอนที่แยกทางกับจิ๊บแล้ว เราก็ทำตัวเป็นพระเอกมานั่งทำมิวสิค...เหงามากกกก ไม่เคยเป็นมาก่อน แบบว่านั่งอยู่หน้าพันธุ์ทิพย์เลยอ่ะ เห็นคนเดินผ่านไปมาเป็นคู่ๆแล้วน้ำตาแทบไหล..-_-" โทร.เรียกหาเพื่อนเก่า 601'rwทุกคน ไม่มีใครว่างซักกะคน,โทร.หาเพื่อนคณะแพทย์ไม่รับซักคน โทร.หาเพื่อนเก่าคนอื่นๆอีก มีแต่ไปทำงานกันหมด ไม่มีใครสามารถพาตรูไปตระเวนเที่ยวได้เลย!!! ก็เลยตัดสินใจกลับบ้านแบบเงียบเหงาเจงๆ นั่งกินบะหมี่คนเดียว ยังดีนะที่กลับถึงบ้านยังมีพี่อยู่!! วันสุดท้ายของกทม.ซะที อาทิตย์ที่14 โทร.หา"โน้ต"ไม่ติด โทร.หา"ปิ"ไม่ติด ... เอาวะตรูไปงานรับ น้องสพท.(สถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย)คนเดียวก้อด้าย พอเดินทางไปถึง รพ.จุฬา ก็เลยเปลี่ยนใจเข้าไปดูแวบนึง แล้วก้อออกมา มาบุญครอง ตั้งใจไว้อีก คราวนี้ต้องได้เพื่อนซักคนไป ดูโพไซดอนก้อด้าย รึว่า MI3 ก้อด้าย .... แทบอยากตายยยย พระเจ้า....ไม่มีใครว่างอีกแล้วววว!!! โทร.หาไม่ติดอีกต่างหาก ตัดสินใจ ดูหนังคนเดียวเป็นครั้งแรกในชีวิต(จริงๆ) พอเดินกำลังจะ เข้าไปซื้อตั๋ว ลองกดเบอร์หาน้ำพุ...น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มรินไหล ขอร้องน้ำพุ "พุ แกมาดูหนังกับเราเถอะ ไม่มีเงินไม่เป็นไร เดี๋ยวเราเลี้ยงเอง" อีกไม่ถึง 5 นาที น้ำพุก้อมา พร้อมคำพูดแรก..."ปาน ทำไมแกน่าสงสารอย่างงี้!!!!" ฮึ่มๆๆๆๆๆ ตูรู้แล้ว... วันนี้ก้อใช้ชีวิตจบอีกวัน ด้วยการไปดูหนัง แล้วไปแวะพันธุ์ทิพย์อีกรอบ (เปลี่ยนแผ่น) แล้วก้อกลับบ้านมาจัดกระเป๋า ไปสถานีนครชัยแอร์ รถออก 4 ทุ่ม สมาชิกร่วมทีม โดย ปิ , จิ๊บ , โน้ต ... ด้วยคำปลอบของเพื่อนๆอีกครั้ง..."ปาน ทำไมแกน่าสงสารอย่างงี้!!!!" จำไว้...กรุงเทพฯ อีกนานแน่ คงเจอกัน เหอะๆๆ!!!!
ลงกอง...รังสีวิทยา
...ก็ต่อจากนั้น เวลาผ่านล่วงเลยมาจนถึงเช้า ดิวก็มารับสมาชิกจากกทม. ทั้ง 4 คน ตอนตี4
เป็นพระคุณอย่างสูงงงง...กลับมาถึงห้องก็จัดเก็บของ แล้วก็ได้เวลานอนต่อซักแป๊บนึง
ตื่นเช้ามาแล้วก็รีบไปเรียน ช่วงครึ่งหลัง 2 อาทิตย์นี่ก็จะเป็นเรียนรวมกัน
ทั้ง รังสีรักษา(พวกการฉายรังสีต่างๆนั่นแหละ) กับ เวชศาสตร์นิวเคลียร์(พวกการตรวจ scan ต่างๆ
ที่จำเป็นต้องใช้สารเภสัชรังสี เช่น ตรวจ thyroid scan , กลืนน้ำแร่ไอโอดีนแบบเนี้ยยย...)
...สำหรับช่วงเวลาที่เรียนในแต่ละวันก็จะสลับกันไปเรื่อยๆ บางวันก็เรียนที่ห้องเรียนรังสีรักษา
บางวันก็สลับกันเรียนกับห้องเวชศาสตร์นิวเคลียร์ แล้วแต่ว่าตารางอาจารย์จะจัดมาให้ยังไง...
(ลืม present ตัวเองไปอ่ะนะ ว่าเราเป็นหัวหน้ากลุ่ม รีบๆเป็นไว้ก่อน ภายหน้าจะได้สบายๆ)
...ดูเหมือนเรียนสบายๆ อาทิตย์แรกแต่ละวันนั่งฟัง lecture(จนหลับ)แต่ตามจริงแล้วงานทำเยอะมากกๆๆ
ทั้งเขียนรายงาน ทำjournal ทำseminar แล้วก็ส่งใบรายงานผลimaging อีกสาเหตุหนึ่งที่ว่า
งานเยอะ ก็มาจากที่ว่า...เสาร์อาทิตย์นี้พวกเราทุกคน"ต้องไปอบรมStaffระเบียบ" ของส่วนกลาง
เพื่อให้ได้บัตรประจำตัวมาใช้แสดงในการเข้าเชียร์
...และแล้ววันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 20-21 พฤษภาคม ก็มาถึงซะที
ส่งชื่อStaffระเบียบ ของคณะแพทย์มาทั้งหมด 139 คน ประกอบด้วย ปี5=70คน ปี3=69คน
ช่วงเช้าปลาบปลื้มเกินคาด มีเพื่อนๆ โดดเวรมาถ่ายรูปทำบัตรให้ น้องปี3ก็มากัน
รวมจำนวนคนที่ได้ถ่ายรูปทั้งหมด 141 คน ประกอบด้วย ปี5=75คน ปี3=66คน
...จากนั้น สวรรค์ก็ช่างทำร้ายเราอีกครั้ง ทุกคนถ่ายรูปแล้วหายเกลี้ยง
ปี5 เหลือตรูคนเดียว ปี3 เหลือน้องอยู่ 4 คน รวมกับ"น้องบาส หัวหน้าStaff ปี3"
สววรค์ก็ยิ่งช่างไม่ปรานีเข้าไปใหญ่ เมื่อจู่ๆ วิทยากร เจาะจงเช็คชื่อ "เฉพาะคณะแพทย์"
(ก็เล่นทำกับเค้าไว้เยอะนี่หว่า...สมควร) สงสารน้องปี 3 ทั้ง 3 คนที่ได้ออกไปแนะนำตัว
เราไม่ได้ออกไปด้วยอ่ะดิ...จัดการเรื่องรายชื่อกับน้องบาสอยู่นอกห้องสัมมนา
...ซักพักก็มีพี่เจ้าหน้าที่มาเรียก "หมอคะ ไปช่วยน้องหน่อยสิคะ โดนว่าใหญ่แล้ว"
ด้วยสามัญสำนึกที่ดีของเรา..."ครับ ขอโทษจริงๆครับพี่ ผมดึงไว้ได้เท่านี้"(ตูไม่เข้าไปเด็ดขาด!!!!)555..
แต่พอวันอาทิตย์ พวกเราก็มีสามัญสำนึกดีขึ้น อยู่จนจบงานตอนบ่าย ก็กู้หน้ามาได้นิดนึงอ่ะนะ
แต่ก็อยู่รวมกัน ปี5 ปี3 ไม่ถึง 80 คนหรอก...จะว่าไปแล้วอ่ะนะ
จากนั้นก็ถึงกระบวนการเซ็นชื่อกลับ เพื่อรับบัตรที่จะส่งมาให้ทีหลัง
...จะเหลือเหรอครับคุณ คณะแพทย์ปี3 เซ็นชื่อครบหมดทุกคนครับ!!!!
...ปี5 เห็นๆกันอยู่ว่ามาไม่ถึง 15 คน ก็ได้แต่บอกว่า ราวน์วอร์ด เข้าเวร(ก็มันเป็นความจริงอ่ะ)
ก็ผ่านไปอีก 1 อาทิตย์ ก้าวเข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายยย....
![]() ผมจะสอบ(อีก)แล้วคร้าบบ...
...อาทิตย์นี้ ส่วนมากก็ได้เรียนปฏิบัติ รับผู้ป่วย แล้วก็present case ออกOPD มีpresent seminar
จนมาถึงวันพุธ ก็ยังไม่ได้เริ่มตั้งตัวอ่านหนังสือสอบ(สอบวันศุกร์นะเนี่ยยยย...!!!)
และแล้ววว...ความชั่วร้ายก็ได้เกิดขึ้นกับผมอีกครั้งหนึ่ง
วันพฤหัสบดี ตอนเช้าประมาณ 6 โมง ตื่นขึ้นมาจากที่นอน...เอ๊ะ!!วันนี้มีสัญญาณแปลกๆ ตื่นมาพร้อม
กับคัดจมูกเล็กน้อย น้ำมูกนิดๆ ซักพักนึง มันตามมาติดๆด้วยอาการหายใจไม่สะดวก
คัดจมูกมากขึ้น น้ำมูกไหลมากขึ้น...วินิจฉัยได้ทันที ... วันนี้ตรูเป็นภูมิแพ้ตลอดวัน ชัวร์!!!
ก็เป็นตามที่สันนิษฐานไว้ไม่มีผิด สงสารตัวเองอย่างมาก มีpresent journalอีก ทานยาก็ไม่ได้
รับรองว่าง่วงหลับเรียนไม่รู้เรื่อง อายอาจารย์แน่นอน อดทนอยู่ตลอดวัน คิดไปเองว่า...มันจะหาย
จากตื่นเช้า จนถึง 4 โมงเย็น จามอยู่ตลอดวัน จมูกแดง หน้าแดง หนังตาแดง(จากเพื่อนบอก)
และแล้ว มันกลับมาอีกแล้วครับทั่น "PRE-EXAM SYNDROME" ปัญหาที่แก้ไม่หายของผม
ตัดสินใจรีบกินข้าวเย็นแล้วรีบกลับมากินยา CPM ไป 2เม็ดหลับสนิท จนถึง 4 ทุ่ม (ฝันจนตื่น)
ฝันดีมากๆๆๆๆ...ฝันว่าสอบตก และนั่นเอง 4 ทุ่ม เป็นเวลาที่ นายปานคนนี้ได้เริ่มต้นอ่านหนังสือ
เพื่อสอบพรุ่งนี้...อย่าให้ตอบเลยนะ ว่าเริ่มอ่าน 4 ทุ่ม แล้วหลับไปอีกรอบตอนกี่โมง...อายตัวเองว่ะ
วันศุกร์ ตอนเช้าตื่นมา 6 โมงก็อ่านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพราะสอบตอนเช้า ขอบอกจากใจจริงว่า
ไอ้ที่สอบตอนบ่ายอ่ะ ไม่ได้อ่านเลยซักครั้ง ... ตอนเช้า ก็มี labกริ๊ง(labกรี๊ด!! อีกแล้ว ตูทำไม่ได้)
แล้วก็มีสอบกากบาท จากนั้นก็เขียนอธิบาย 3 ข้อ สอบเสร็จตอนเช้า ขอกลับคอนโดทันที...ทำใจ!!!
ตอนบ่าย...สอบกากบาท 70 ข้อรวด มันจะยากอะไรนักหนาวะนี่ย...อีกแล้วโว้ยยย!!!!
สุดท้ายก็จบด้วยการ สอบเสร็จเหมือนเดิมครับ แต่ถ้าถามว่า
การเรียน 4 ในอาทิตย์นี้ของรังสีวิทยา เทียบกับ จิตเวชศาสตร์ เป็นอย่างไร?
ตอบได้ในสิ่งที่เหมือนกันครับ...."เน่าเหมือนกัน" "ไม่สบายเหมือนกัน"
เนี่ยล่ะ คำตอบที่ดีที่สุด ไว้จะรอดูอีก 4 อาทิตย์ข้างหน้านะ ว่าจะเป็น "PRE-EXAM SYNDROME"อีกมั้ย
และเนี่ยล่ะครับ...สุดท้ายก็จบลงด้วยคำว่าดี (รึป่าวเนี่ย?)
"สำหรับช่วงชีวิตที่ผ่านมา...จนลงกองรังสีวิทยา"
สุดท้ายนี้...จากนายชาเย็น
ขอขอบคุณอาจารย์ทุกๆท่านที่ให้ความรู้ผม ใน 4 อาทิตย์ที่ผ่านมา
ขอบใจเพื่อนๆในกลุ่มทุกคนได้ทำให้เห็นว่า"ความรู้"ของแต่ละคน มันแตกต่างกันจริง...555
ล้อเล่นน่ะ...ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่คอยห่วงใยยามเจ็บไข้ได้ป่วย
ขอบคุณเพื่อน Staffระเบียบปี5 และน้อง Staffระเบียบปี3 ที่เสียสละไปเข้าอบรม
ขอขอบคุณน้องปี2 MED'33ที่มาซ้อมเชียร์กัน ทำให้กิจกรรมเชียร์มันจะมีต่อไป
ขอบคุณน้องปี2 เช่นเดิม ที่เข้าใจ ว่าสิ่งที่พี่ดุด่าว่ากล่าว ทำลงไป มีเจตนาดี
(อย่าลืมชวนเพื่อนมาซ้อมเชียร์ & ร่วมทำกิจกรรมเชียร์กันเยอะๆนะครับ)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
May 12 ณ รังสีวิทยา!!! ณ รังสีวิทยา...!!!
กลับมาแล้วคร้าบบบบ....พร้อมกับเรื่องราวในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา
กับภาควิชารังสีวิทยา เพิ่งสอบเสร็จอ่ะนะ พอดีกับหยุด 4 วัน เนี่ยล่ะ สวรรค์จริงๆ
...เริ่มต้น blockนี้ กับเพื่อนกลุ่มเล็กๆ 10 คน ที่ต้องอยู่ด้วยกัน ไปจนจบปี 5
รักกันจนตายแน่ล่ะคราวนี้...พวกแกเอ๋ยยย!!!!
![]() แนะนำเพื่อนๆ ในบล็อกจากซ้ายไปขวา....คือ
เตย หนิง โน้ต ดิว&ปลา(ครอบครัวเล็กๆ) โอเรม่อน เจ๊จิ๊บ ละก้อ วิทย์
ส่วนอีก 2 คนที่เหลือก็คือ ตรูเอง กับไอ้(กะ)ปิ!!...สำหรับไอ้ปิ
ตอนที่เค้าถ่ายรูปกัน ไม่รู้มันไปไหน ก็ถือว่าเป็นคราวซวยของมันละกัน!!!
![]() ![]() เวลา 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาก้ออย่างว่า ช่วงแรกๆ ก็สบายใจกัน ชิวไป..ชิวมา
เวลาช่างผ่านไปเร็วอะไรเช่นนี้
จำได้ว่าอาหารมื้อหลักๆ ที่เราได้มีโอกาสไปยัดเข้า stomach กันนั้น
ก็มีแค่ "ส้มตำโอ่งแดง" เท่าน้านละม้างงง
('_")!!
ขาดอีกแล้วคราวนี้...ขาดบักดิว&ปลา มันนั่งดูจำ filmกันอยู่(ฟิตจัด!!!)
ก้อเลยไม่ได้มากินส้มตำกับเพื่อนๆ แต่ละคนกินเอาๆ (โดยเฉพาะไอ้โอ&วิทย์!!)
กินจนอิ่มพอตอนบ่ายก้อเลยไป ดูfilm จำfilm (เรียกว่า กินfilm ดีกว่า)
แต่อย่างว่าล่ะ นิสัยพวกเรา ตอนบ่ายกินอิ่ม ก้อเริ่มเคลิ้ม
คนที่หนังตาจะปิดไปคนแรกก็คงจะเป็น"เจ๊จิ๊บ"แน่นอน(ทีหลังกินเหล้าน่ะตาสว่าง!!)
จำไม่ได้แล้วว่าอาทิตย์แรกมันเรียนอะไรไปบ้าง รู้แต่ว่าบางวันก้อเรียน lectureทั้งวัน
บางวันก็มี lecture สลับกับอาจารย์พาไปดูเครื่อง CT scan,MRI,อัลตราซาวน์
ทั้งจำเนื้อหา ทั้งไปฝึกปฏิบัติ แล้วก็สอนดู film x-ray ทุกระบบนั่นล่ะ
อัดกันเข้าไป สมองตรูนอกจากขี้เลื่อยก็ไม่มีอะไรใช้ไว้จำละ...
แต่ข้อดีของภาคนี้ก็คือ 2 อาทิตย์แรกเรียน รังสีวินิจฉัยแล้วก็สอบ
ที่สอบน่ะเป็นสอบดู filmแล้ว เขียนอธิบาย film พร้อมกับ Diagnosis แค่นั้น
ไม่มีสอบกากบาท ก็เลยไม่ต้องมานั่งท่องหนังสืออ่ะนะ
(อย่างที่บอก แค่กินfilm ให้จำได้ให้หมด ก้อผ่านละ...ยากกส์)
ส่วนอีก 2 อาทิตย์หลัง(ที่จะถึง) เรียนรังสีรักษา&เวชศาสตร์นิวเคลียร์ แล้วก็สอบ ![]() ![]() และแล้ว...วันสอบของ 2 อาทิตย์แรกก้อมาถึง
กรรมของตรูอีกเหมือนเดิม...คืนก่อนสอบที่เพื่อนๆ นั่งดูfilm(ที่ห้องเรียนนี่ล่ะ)
ถึงตี 2 ไข้หวัดรับประทานครับคุณ!!...ทั้งน้ำมูก คัดจมูก ปวดหัวอีกต่างหาก!!!
ตายอีกแล้ววว...Pre-exam syndrome พอตี2 กลับถึงห้องเสร็จ
จัดการตัวเองด้วย CPM(คลอเฟรนิลามีนั่นล่ะ) 2 เม็ดทีเดียว พร้อมกับพาราอีกเม็ด
ก็หวังว่าจะดีขึ้นอ่ะนะ...ตื่นเช้ามาน้ำมูกหาย(ดีใจ) คัดจมูกหาย(ดีใจ)
แต่ที่ตามมา ตรูง่วงงมากกก...ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกจากที่นอน
ซึมมากกๆๆๆๆๆ ไม่มีคำว่า activeเกิดขึ้นเด็ดขาด!!!
(ในใจก็คิดว่า เน่าอีกแล้วเรา รอเริ่มต้นใหม่อีก 2 อาทิตย์หลังดีกว่า)
ตอนเช้า อ.จตุรัตน์ก็มาติว ติวทุกเรื่องที่สงสัย(แต่ไม่ใช่ข้อสอบนะ)
แล้ว อ.วรินทร์ธรก็มาสอน ultrasound แล้วใครอ่ะ...subject???
ไม่พ้น"กระผม"อีกเช่นเดิม อยู่แล้วอ่ะนะ...ผู้ชาย 4 คน
จะเอาไอ้วิทย์ก็ไม่ได้ รายนั้นมันบ้าจี้ ถูกตรวจไปก็คงดิ้นไม่หยุดอ่ะ..
ส่วนไอ้ดิวกับไอ้ปิ...มันอ้วนกว่าเรา อิอิ.. อ.บอกให้เอาคนผอมๆเราก็เลยเสียสละ
หน้าท้องที่มีไขมันน้อยนิดของเราให้เพื่อนๆได้ศึกษาอวัยวะภายใน
จากultrasound...ตรวจไปใจก็ลุ้นว่าจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นมั้ยน้อ..
มีเนื้องอกรึป่าว? ตับจะแข็งรึป่าวว? ...ผลตรวจ อ.บอก "normalนะคะหมอ"
โอ้ววว...พระเจ้าดีจายยจางงเลยย จากนั้นก็ไปกินข้าว ตอนบ่ายเตรียมสอบ
เวลา 13:30 น. มาถึงแล้วววว
ห้องสอบก็คือห้องเรียนของเรานี่ล่ะ ถูกจัดสถานที่เตรียมสอบ lab กริ๊ง!!!
ที่เห็นในรูป ที่เป็น blog เสียบ film ที่อยู่รอบๆห้อง ก็เสียบแผ่นfilm เพื่อใส่ข้อสอบแต่ละข้อ
สอบทั้งหมด 24 ข้อ ข้อละ 4 นาที
(ขอเปลี่ยนชื่อทันที จาก labกริ๊ง ..ให้เป็น.. labกรี๊ดดดด!!!)
แม่งงง...ตรูนั่งจำfilm มาทั้งคืน ผลสุดท้ายก็เหมือนเดิม
สอบเสร็จปุ๊บ...อาจารย์เฉลยปั๊บ!!! อารมณ์ตอนนั้นยิ่งแย่กว่าเก่า
รู้เลยว่าถูกกี่ข้อ ผิดกี่ข้อ ไม่ขอบอกละกัน..อายตัวเองว่ะ เหอะๆๆๆ
เนี่ยล่ะ พออารมณ์ดีขึ้น ก็ไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านหน้าไม้
ปาน ปิ โอ โน้ต ดิว ปลา 6 คนอ่ะนะ นอกนั้น ขอบายสลายตัว...
กินเสร็จคิดแผนต่อไปทันที ไม่ร้องเกะ ก็ กินเหล้า..(คนละทางเลยเนอะ)
และแล้วเพื่อนๆ(คือไอ้โอ) ก็บอกตามใจคนขับรถ(คือเรา)
แหะๆๆ..แล้วอารมณ์ตรูตอนนั้น จะเลือกเกะทำไมล่ะ? ...ไป Glue's ดีก่า
เวลา 21:30น. ถึงร้าน Glue's(มันไม่ดีนะทุกคน..อย่าไปบ่อย
วาดฝันไว้ว่าจะมีสาวๆ เต็มร้าน เพื่อชดเชยอารมณ์ตอนกลางวัน...
ตรึงงงง....พวกเราไปเป็นโต๊ะที่ 2 ของร้าน .. วันนี้คนมันไปไหนกันหมด.. ให้เหตุผลตัวเองว่า เพราะว่าวันนี้มันวันธรรมดา(วันพุธ) มีแต่พวกเราว่าง
แล้วก่อนไปถึงร้านฝนมันก็ตกหนักมาก เดี๋ยวดึกๆคนก็เต็มร้านเอง
สรุปแล้ววว...คืนนั้นนับได้มากสุด 5 โต๊ะ
ถึงแม้เพลงจะน่าฟังจริงๆ(แต่ก็เป็นครั้งแรกที่มากินเหล้าแต่ไม่ได้ลุกเต้น..55)
ก้อเอาวะ ปลอบใจกันอยู่ 3 คน (ปาน ดิว จิ๊บ) อย่างน้อยเพลงมันก็น่าฟัง
เรามาไม่ถูกจังหวะกันเอง...ไว้โอกาสหน้าละกัน (black เหลือครึ่งขวดแน่ะ)
กลับมาถึงคอนโดนอนหลับโดยสวัสดิภาพ...ตื่นมา 11 โมง
นั่งดู tv เก็บเสื้อผ้า พอบ่าย 3 แม่มารับรับกลับบ้าน ระหว่างทางก็ไป
แวะโน่น..แวะนี่เรื่อยๆ ถึงร้อยเอ็ดจริงๆ ก็ 18:30น. กินข้าวอาบน้ำซักพัก
ก็พากันเดินทางมา บขส.(ไป กทม.เฟ้ยยยย!!! ไม่รู้เหมือนกันไปทำอะไร??)
รถ VIP 24 ที่นั่ง เวลาออก 21:30น. หลับบ้าง ตื่นบ้าง..
ถึงแล้ววว...ถึงบ้านกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ 4:30น. แล้วก็มานั่ง up space
ให้คุณๆท่านๆ ทั้งหลายได้มาอ่านกันนี่ล่ะ!!!
สิ้นสุดภารกิจชีวิต ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เนี่ยล่ะน้า....แต่ละวันของคนๆนึง ที่ไม่ได้ดีพร้อมม..แต่ก็มั่นใจว่าดีพอ--ฮิ้วววว!!!
นายชาเย็น
12 พฤษภาคม 2549
09:30 น. April 30 เริ่มต้น ชีวิตใหม่...เริ่มต้น ... ชีวิตใหม่ ...!!!
('_")!!!
ชีวิต คือ ความสุข
ชีวิต คือ ความรัก
ชีวิต คือ ความต้องการ
ชีวิต คือ ความฝัน
...ทุกๆอย่าง รวมกันเป็น ชีวิตของเรา เรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามา
ช่วยเสริมประสบการณ์ เสริมความเข้มแข็ง
...ให้ชีวิต ได้เดินต่อไป
![]() สำหรับทุกคนที่เข้ามาโดยบังเอิญ หรือว่าถูกบังคับเข้ามาอ่าน
เริ่มต้น ชีวิตใหม่ ที่ว่าก็คือ
กระผม นศ.พ.พงษ์สันต์ พันธะไชย ลงกองจิตเวชศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
กระผม นศ.พ.พงษ์สันต์ พันธะไชย กำลังจะขึ้นกองใหม่ ซึ่งนั่นก็คือ รังสีวิทยา(Radiology)
ฟังดูมันก็ไม่น่าตื่นเต้น อะไรเท่าไหร่เลยนะ
แต่สำหรับเรามันมีความสำคัญอ่ะดิ!!!
...ไม่มีเวรให้คอยอยู่ ward
...ไม่มีผู้ป่วยต้องคอยรับเขียนรายงาน
...ไม่มีอาการตาลีตาเหลือก ตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อมาอาบน้ำ
...หลายๆอย่างที่ยังไม่ได้กล่าวถึง
แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา...
เรามีเวลาในการเรียน 2 อาทิตย์แล้วก็สอบ
แล้วก็เรียนอีก 2 อาทิตย์ แล้วก็สอบลงกอง ...
มีวันหยุดราชการอีก 3 วัน แต่ต้องเอาเวลานั้น มาจำภาพ X-ray
ก้อเป็นวันหยุดที่ไม่ได้หยุดจริงๆ เหมือนเดิมอ่ะนะ
แต่เป็นอย่างงี้ก้อดีแล้ววววว อย่างน้อยก็ได้มีเวลาว่าง
มานั่ง upload รูป ลง space ...
ว่างแค่ 2 วัน ก้อมีปัญญาทำได้แค่นี้ล่ะนะ....
...ป.ล. สำหรับแฟนคลับ"ประธานเชียร์"ที่เข้ามาช้วยเสริมความ hot
เดี๋ยวจะพยายามพัฒนา space และหน้าตาของป๋ม ให้ดีขึ้นก่านี้นะคร้าบบบบ.... |
|
|||||||||||||
|
|