| pongsun's profile^^C-h-A_Y-e-N^^PhotosBlogLists | Help |
|
March 18 กาลครั้งหนึ่ง...ก่อนจะมาเรียนหมอ!!!กาลครั้งหนึ่ง...ก่อนจะมาเรียนหมอ
วันก่อนผมกับเพื่อนๆที่สนิทกัน พากันไปถ่ายรูปสตูดิโอกันครับ
เหตุผลก็เพราะว่า เพิ่งสอบรวบยอดเสร็จ และทุกคนก็ใส่เสื้อ Extern กัน และต่อไปก็จะแยกย้ายกันแล้ว
อาจไม่มีเวลามาถ่ายรูปรวมกันอีก ก็เลยพากันไปถ่ายรูปไว้เพื่อเป็นที่ระลึกอ่ะครับ
![]() แนะนำเพื่อนๆผมกันหน่อยนะครับ รวบรวมสมาชิกได้ 11 คนครับ หญิง 5 ชาย 6
เริ่มจากแถวบน ซ้ายไปขวา ก็เป็น โน้ต จิ๊บ อั๋น ผมเอง เตย แล้วก็ม็อบ
ส่วนแถวล่างจากซ้ายไปขวาเช่นกัน ก็เป็น ดิว หมิง วิทย์ อุ้ง และปิ
พอผมนั่งดูรูปไป ผมก็คิดอะไรออกขึ้นมาอย่างหนึ่งครับ มันเป็นสิ่งสำคัญที่ผมยังไม่ได้ทำ
ผมยังไม่เคยเล่าเบื้องหลังเกี่ยวกับตัวผมเอง ระบายลงใน space ตัวเองเลยครับ ว่าตัวผมเป็นมายังไง
อืมม...เอาเป็นว่า ใน blog นี้ ถ้าใครคิดว่ารู้จักตัวผมดีแล้ว ก็ลองอ่านดูนะครับ ว่าจริงๆแล้วรู้หมดทุกอย่างรึป่าว
ส่วนคนที่ยังไม่รู้...ถ้ามีเวลาว่าง ก็ลองมานั่งอ่านเรื่องเน่าๆของคนๆนึงดูแล้วกันครับ
![]() ![]() เริ่มต้นกาลครั้งหนึ่ง...นานมาแล้ว
ผมเป็นเด็กร้อยเอ็ดครับ จบทั้งม.ต้น และ ม.ปลายจากโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย
ผมภูมิใจกับโรงเรียนนี้ของผมมากครับ ทุกครั้งที่กลับบ้าน ก็ยังไปเดินเล่นที่โรงเรียนบ่อยๆ...มันคือความผูกพันครับ
ย้อนไปสมัยเป็นเด็กจริงๆ ผมเคยฝัน(เฟื่อง) ว่าอยากเป็นนักบิน ผมชอบอิสระครับ แบบนกที่มันบินไปไหนก็ได้
ความฝันผมมีเยอะมากครับ...อีกหนึ่งความฝัน ผมเคยพูดกับ "คุณย่า" ของผม ตอนนั้นย่าไม่สบาย
ผมบอกกับย่าว่า "ย่าอย่าเพิ่งตายนะ เดี๋ยวปานจะเรียนเป็นหมอ มารักษาย่า" ตอนนั้นผมอยู่ ป.6 ครับ
แต่ผมขอบอกนะครับ ว่าตอนนั้นผมพูดแบบเด็กๆจริงๆ หาเหตุผลแล้วก็สาระไม่ได้หรอกครับ
นึกถึงย่าแล้วก็เศร้าครับ ย่าผมเสียแล้ว ผ่านไปยังไม่ถึง1ปีเลยครับ ด้วยโรคเลือดออกในสมอง ขนาดวันเผาของย่า ผมยังไม่มีโอกาสได้ไปร่วมเลย
ทำให้ผมได้คิดว่า เวลามันเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ อย่างน้อยๆผมก็อยากให้ย่าได้เห็นผมตอนเรียนจบหมอ ได้รับปริญญา..แต่มันก็สายไปแล้วครับ
และแล้วผมก็เพิ่งรู้ตัวตนที่แท้จริง ว่าตัวผมไม่เหมาะกับ "วิชาชีพแพทย์" ซะเลยก็ตอนอยู่ ม.ปลาย
ผมเก่งด้านคำนวณครับ วิชาที่ผมชอบมาก คือ ฟิสิกส์ กับ คณิต (ไม่อยากโม้ คะแนนผม Top หลายครั้งนะครับ)
ถ้าเทียบกัน ผมชอบฟิสิกส์มากกว่าคณิตศาสตร์ มีแรงบันดาลใจมั้งครับ อ.ที่สอนฟิสิกส์คนแรกของผม
คือ อ.สมศักดิ์ บรรณาลัย คุ้นๆชื่อมั้ยครับ อ.เป็นคนที่เก่งมาก สอนให้ผมเข้าใจและรักวิชานี้มาก
ก็นี่สิครับคุณ ทำให้ผมคิดได้เองว่า ชอบอะไร ก็ควรเรียนทางนั้น แต่ทำไมผมได้มาเรียนหมอล่ะครับ...อ่านต่อซะ
ผมไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อเรียนหมอครับ ผมพูดจากใจจริง จนตอน ม.6 ที่ผมกำลังจะเลือกคณะ
ผมก็ยังไม่ได้ชอบวิชาหมอซะด้วยซ้ำ ความฝันอีกอย่างหนึ่งของผม ก็คือ วิศวกรรมศาสตร์
ผมอยากเรียน วิศวกรรมศาสตร์ ที่จุฬา หรือ ที่ม.เชียงใหม่ ก็ได้ครับ (ผมเคยคิดไว้)
ไม่รู้จะเรียกว่า บุญรึป่าว...ผมเลือกโควต้า วิศว มช. ผมไม่ติดครับ คะแนนไม่ถึง ... แต่ในขณะเดียวกัน
ผมติดโควต้าแพทย์ มข. ครับ ...อ่านแล้วอย่าเพิ่งด่าผมนะครับ ว่าคิดอะไรอยู่ ขอให้อ่านจนจบ blog ก่อน
ผมได้คะแนนโควต้า 408.75 คะแนนครับ ผมยังจำได้ มันเป็นคะแนนที่ถือว่าอยู่อันดับท้าย ๆ ที่จะติดโควต้าหมอ
คะแนนที่ผมได้มากที่สุด คือ ฟิสิกส์ ได้ 85 คะแนน ครับ
ส่วนคะแนนที่ผมได้น้อยที่สุด คือ ชีววิทยา ได้ 40 คะแนน ครับ
ถูกต้องครับคุณ...ผมเข้ามาเรียนหมอได้เพราะคะแนนฟิสิกส์
แล้วทำไมทั้งๆที่บอกว่าตัวเองไม่ชอบแล้วผมยังเลือลงคณะแพทย์อยู่เหรอครับ...ไม่รู้อารมณ์ของตัวเองตอนนั้นเหมือนกันครับ บอกไม่ถูกจริงๆ
...ก่อนหน้านี้ ผมเคยถามแม่ "แม่ ระหว่างวิศวะกับหมอแม่อยากให้ปานเรียนอะไร?" แม่ตอบทันทีครับ "หมอสิลูก"
ผมยังจำคำๆนี้ได้ คุณรู้มั้ยครับ ผมเคยนั่งน้ำตาไหลต่อหน้าแม่ วันนั้นหลังจากที่ผลโควต้าประกาศ
"ปาน เรียนหมอให้แม่ได้มั้ยลูก" ก่อนหน้านี้แม่ไม่เคยขอร้องอะไรผมเลย มีแต่ทำให้ผมทุกอย่าง
นั่นสิครับมันคงไม่ผิด ที่ผมจะเรียนหมอ "เพื่อแม่และตัวผมเอง"
นึกถึงเรื่องนี้แล้วไม่รู้เป็นอะไร...น้ำตาผมมันก็จะไหลออกมา แต่ขอให้ทุกคนรู้ไว้นะครับ
แม่ไม่เคยบังคับให้ผมเรียนหมอ ผมเลือกชีวิตของผมเอง เลือกเพื่อตัวผมและพ่อกับแม่ของผม
ในวงศ์ตระกูลเหล่าญาติของผม ยังไม่มีใครเคยเป็นหมอครับ...ผมก็ต้องถูกเห่อเป็นธรรมดา พูดอย่างไม่อายตัวเองนะครับ
และแล้วก็ต่อเนื่องมา จนผมเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1-2-3-4-5 ไม่รู้ว่า "ผมรักที่จะเป็นหมอ" ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ
ความรู้สึกนี้ มันค่อยแทรกซึมเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ ไม่มีเวลาที่แน่นอน
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผมได้ร่ำเรียนมา จนปัจจุบันนี้
ที่ผมกำลังจะเรียนหมอ ปีสุดท้าย ผมพูดได้อย่างเต็มปากจากใจจริงว่า "ผมรักวิชาชีพนี้...ผมเกิดมาเพื่อเพื่ออยากเป็นหมอครับ"
ถึงผมจะเรียนมาด้วยความโง่เง่า มีแต่ C กับ C+ เต็มไปหมด แต่ก็เรียกว่า รอดมาได้ไม่ตกอ่ะครับ
ผมรู้สึกว่า ผมมีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้ช่วยเหลือคนไข้ เวลาที่เค้ายิ้มให้เรา และบอกเราว่า "ขอบคุณค่ะ/ครับ คุณหมอ"
มันเป็นความตื้นตันใจ อย่างน้อยก็ทำให้ตัวผมได้ช่วยเหลือคนอื่น ถึงแม้บางครั้งจะไม่ได้เป็นการช่วยเหลืออย่างดีที่สุดก็เถอะ
ทุกวันนี้...ผมยังบอกทุกๆคนได้เลยว่า ผมเป็คนที่ความรู้น้อย เรียกง่ายๆว่า "โง่มากๆนั่นแหละ"
เพราะตัวผมเอง มันไม่เคยตั้งใจเรียนมาตั้งแต่แรก ผมเกลียดการอ่านหนังสือสอบมาก อ่านพอผ่านๆแต่ไม่เคยเข้าใจ ผลกรรมมันก็เลยติดตัวมา
จนถึงวันนี้ ที่อีกประมาณ 1 ปี ผมจะเรียนจบ ทำให้ผมได้เริ่มสำนึก (ตามจริงผมก็สำนึกมาตลอดแหละครับ แต่ทำไม่เคยได้)
และต่อไปนี้ ขอสัญญากับทุกคนที่ผมรู้จักว่า..."ผมจะเป็นหมอที่ดี ให้ได้ครับ"
จบแล้วครับ ประวัติแสนย่อของผม ไม่อยากบรรยายรายละเอียดมากครับ เดี๋ยวจะมีแต่คนบ่น
ก่อนจะจากกันสำหรับครั้งนี้ อย่างน้อยก็หวังว่า เบื้องหลังของตัวผม จะสะท้อนให้คุณเห็นได้ว่า
"สิ่งที่เราเป็นอยู่ตอนนี้...อาจไม่ใช่สิ่งที่เราเคยใฝ่ฝัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราเข้ากับมันไม่ได้...จนกว่าเราจะได้ลองอยู่คู่กับมัน"
ขอบคุณสิ่งต่างๆที่อยู่รอบข้างในชีวิตตลอดมา
ขอบคุณแม่กับพ่อ ที่รักและห่วงใย ดูแลผมตลอดมาทั้งชีวิต
ขอบคุณความฝันครั้งเก่าที่ทำให้ผมรัก ถึงแม้ในตอนนี้ผมจะไม่ได้เป็น แต่ผมก็ไม่เคยลืม ความฝันครั้งแรก..."วิศวกรรมศาสตร์"
ขอบคุณความฝันครั้งปัจจุบัน ที่ทำให้ผมรักและเคารพตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ผมขอสัญญาว่าคุณจะอยู่กับตัวผมตลอดชีวิต..."แพทยศาสตร์"
ขอบคุณ หยง'69 เพื่อนสนิทอีกคน สำหรับการสอนหนังสือและข้อคิด "หมอที่ดีจะต้องมีความรู้ก่อนเป็นอันดับแรก"...เราจะทำตามที่นายบอกให้ได้
และสุดท้าย...ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ถึงน้ำเน่าแต่ก็เห็นเงาจันทร์นะครับ...555
Comments (18)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://cha-yen.spaces.live.com/blog/cns!B4FEE75045CB0198!1248.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|